ทริปเนเธอร์แลนด์ แฟนพาลุยอัมสเตอร์ดัม 2019

กลับมาเจอกันอีกแล้วนะคะ กับทริปภาคต่อ..ทริปสุดท้ายสำหรับการแบคแพคเที่ยวรอบนี้ ตั้งแต่วันที่ 22-27 มีนาคม 2562 ( เกือบหนึ่งอาทิตย์กับการแบกเป้เที่ยวยุโรป)
วันที่ 22-24 มีนาคม 62 ทริปลอนดอน ( รีวิวเริ่มต้นการเดินทาง ) 
วันที่ 25 มีนาคม 62 วันเดียวเที่ยวเบลเยียม ( รีวิวต่อมา )
วันที่ 26-27 มีนาคม 62 ทริปเนเธอแลนด์ ( รีวิวนี้ จบทริปพอดี )

การเดินทางรอบนี้เรายังคงคอนเซ็ปเดิมค่ะ คือเดินทางตอนกลางคืนเพราะประหยัดทั้งเวลาและค่าที่พัก อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่ายุโรปที่พักแพงโฮกเลย แถมห้องพักก็ไม่ได้สวยหรูเหมือนโซนเอเชียเรา เพราะฉะนั้นนอนบนรถบัสนี่แหละค่ะคุ้มแน่นอน อิอิ

รอบนี้เราเดินทางด้วยรถบัส รายละเอียดก็ตามภาพเลย เดินทางช่วงเย็นหลังจากที่ตะลอนในเบลเยียมมาทั้งวัน อาศัยตอนนั่งรถนี่แหละค่ะเป็นเวลาพักผ่อน เพราะตอนเที่ยวคือเดินกันเยอะมาก เฉลี่ยนในแต่ละวันคือ 14 กม.ขึ้นไปน่าจะได้

พอมาถึงอัมสเตอร์ดัมก็มืด สองทุ่มกว่าๆ ลงจากรถบัสแล้วก็ต้องรีบหาซื้อตั๋วรถเมล์เพื่อนั่งไปโรงแรมต่อ

บัตรหน้าตาแบบนี้ค่ะใช้ได้ทั้งรถเมล์ปกติและรถราง หรือที่เขาเรียกทับศัพท์ไปเลยว่า Trams มีหลายแบบให้เลือกแต่ด้วยความรีบ กลัวไม่ทันรถ แฟนก็เลยรีบกดซื้อจากตู้แบบ one way คือใช้ได้แค่เที่ยวเดียว แบบว่าขอไปทีอยากถึงโรงแรม อยากพักร่างแล้วเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ^^

จะสังเกตได้ว่ารีวิวที่เขียนเวลาเที่ยวยุโรปจะไม่ค่อยเห็นเรื่องที่พัก เหตุผลมี 2 อย่างค่ะ คือไม่ได้พักโรงแรมเพราะนอนบนรถ กับที่พักแพงแถมไม่ประทับใจ แต่ที่นี่ไม่พูดไม่ได้แล้วเพราะรู้สึกประทับใจ Linden Hotel ถึงแม้จะเป็นโรงแรมเล็กๆแต่เขาบริการดีมากค่ะ

ห้องน้ำสวย สะอาด และกว้างขวาง แยกเป็นสัดส่วนระหว่างโซนแห้ง โซนเปียก

หลังจากที่เช็คอินเรียบร้อยประมาณ 3 ทุ่มนิดๆ ก็คิดว่าจะต้องหาอะไรลงท้องกันบ้างแล้วแหละ ถ้ารอถึงเช้าไม่ไหวแน่ๆ เดินลงมาถามพนักงานต้อนรับเขาก็แนะนำร้านให้ แต่เนื่องจากมันดึกแล้ว ร้านปิดไว แถมไม่ใช่เสาร์ อาทิตย์ เดินหาร้านประมาณครึ่งชั่วโมงได้แต่ก็ยังไม่ถูกใจ เหลือบไปเห็นร้านอาหารแนวสเปน อยู่ใกล้ๆโรงแรมเลยเดินเข้าไปกัน

ออเดอร์กันเรียบร้อย สักพักอาหารมาเสิร์ฟ หน้าตาก็ดูดี ทานแล้วก็อร่อยค่ะ ได้เยอะมาก จำราคาไม่ได้แต่รู้ว่าไม่เบาเหมือนกัน หุหุ

อิ่มแล้วก็กลับไปพักผ่อน เก็บแรงเที่ยวพรุ่งนี้กันค่ะ 🙂

เนื่องจากวันนี้เรามีเวลาเที่ยวเต็มวันก็เลยไม่ค่อยรีบเท่าไหร่ กว่าจะออกจากที่พักแล้วเดินลัดเลาะไปเรื่อยตาม Google Map ก็ราวๆ 9 โมงเช้า เดินไปถ่ายรูปไป สองวิวข้างทางเดินคือสวยไปหมด และเอกลักษณ์ของที่นี่ก็คงจะหนีไม่พ้นคลองกับจักรยาน มีเยอะจริงๆ เวลาเดินต้องระวังซ้ายระวังขวากันด้วยนะคะ

บ้านบนเรือ ดูสวยกลายเป็นมุมถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวไปในตัว

เดินตามทางไปเรื่อยๆ สักพักนึงเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น แล้วก็แอบงงว่าเขาถ่ายรูปหน้าบ้านหลังนั้นกันทำไม ด้วยความสงสัยเลยเดินไปดูใกล้ๆ สรุปเป็นบ้านของ ANNE FRANK HUIS พอหายสงสัยแล้วก็แชะภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกซิคะ อิอิ

ตึกนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ของเขาค่ะ ซึ่งอยู่ติดกับบ้านเลย เปิดให้เข้าชมแต่ต้องซื้อบัตรออนไลน์เท่านั้น ส่วนเราเน้นสังเกตการณ์ดูแค่ภายนอกพอ ไม่ได้เข้าชมข้างใน เพราะสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราอยู่ห่างจากตรงนี้แค่ 100 เมตรเอง ตามมาค่ะ>>>

นี่ไงถึงแล้ววว..ร้านแพนเค้ก อัมสเตอร์ดัม มาตามรีวิว…บวกกับคนนั่งเต็มร้าน

แค่เห็นภาพก็น้ำลายไหลอีกรอบ คือจะบอกว่ามันอร่อยมาก ถูกใจใช่เลย อากาศหนาวๆแล้วได้มานั่งกินแบบนี้คือฟินมาก แพนเค้กเบคอนคู่กับช็อคโกแลตร้อนๆ อร่อยสุดๆจนหยุดไม่อยู่

เมนูนี้ก็อร่อย แพนเค้กแบบกรอบกับเบคอนร้อนๆ

นี่แหละมื้อเช้าของเรา พอกินอิ่ม เช็คบิลจ่ายตังค์ ก็ยังได้ 2 อย่างนี้มาเป็นของที่ระลึกอีก พวงกุญแจกับขนมวอลเฟิล มุ้งมิ้งมากมาย แนะนำนะคะสำหรับร้านนี้ ราคาไม่แพง ยิ่งถ้ากินแทนข้าวได้เหมือนเราสองคนถือว่าคุ้มค่ะ

พออิ่มท้องแล้วก็เปิด Map เดินต่อไปเรื่อยๆจนถึง Dam Square ถามว่าไกลมั๊ยจากร้านแพนเค้ก ไกลนะคะ แต่เดินได้เรื่อยๆไม่เหนื่อยเพราะอากาศมันเย็น ถ้าเป็นบ้านเรานี่หมดสิทธิ์ค่ะ 555

ถ่ายรูปวนเป็นวงกลมเลยทั้ง 4 ทิศ ภาพออกมาก็จะประมาณนี้

ผู้คนส่วนมากก็จะเป็นนักท่องเที่ยวซะส่วนใหญ่ที่วนเวียนกันมายืนถ่ายรูป ส่วนเจ้าบ้านเขาก็คงจะรู้สึกเฉยๆไปแล้ว

พอจบจากถ่ายรูปที่ Dam Square แล้ว เราก็นั่งรถรางไปต่อที่ Flower Market บอกตรงๆว่าตอนกระโดดขึ้นรถรางเรายังไม่มีตั๋วคือกะว่าจะซื้อบนรถกับคนขับ แต่เนื่องจากว่ามันอยู่ไม่ไกลและคนขับก็รีบ เขาก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร สรุปคือเราได้นั่งรถรางฟรีค่ะเที่ยวนี้

ถึงแล้วววว..ตลาดดอกไม้ของอัมสเตอร์ดัม มีดอกทิวลิปเยอะแยะเต็มไปหมดเลย สวยมากทั้งของจริง ของปลอม รวมถึงดอกไม้อื่นๆอีก สุดยอดของอาหารตากันเลยทีเดียว

ดอกไม้จริงคือสดมาก ละลานตาไปหมด เก็บภาพรัวๆ

ภาพด้านล่างนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับบ้านเรา แต่ประเทศเขาคือไม่ผิดกฏหมาย สามารถขายได้ ถ้าได้ไปเที่ยวก็ลองดูนะคะ แต่อย่าเผลอแอบเอากลับมาบ้านเราล่ะ หุหุ

ไม่ใช่แค่บ้านเรานะคะที่มักจะมีจิตรกรรมฝาผนัง ที่อัมสเตอร์ดัมก็มีค่ะ ศิลปะตามทางเดิน

อีกหนึ่งของดีของดังของที่นี่นอกจากดอกทิวลิปแล้วก็ต้องนี่เลย ชีสสสส…ก้อนเหลืองๆใหญ่ๆ เดินไปทางใหนก็เจอ ร้านนี้อยู่ชั้นใต้ดินแถวตลาดดอกไม้ เราเดินเข้าไปดู มีให้ชิมเยอะเลยและที่สำคัญคืออร่อยจริงๆจนต้องหิ้วกลับมา

ของฝากน่ารักๆ ข้างในเป็นหัวทิวลิป อยากได้แต่คิดว่าเอามาปลูกที่ไทยไม่รอดแน่เพราะต้นทิวลิปต้องปลูกที่อากาศเย็น

โปสการ์ดแลนด์มาร์กต่างๆในอัมสเตอร์ดัมหาซื้อได้แถวตลาดนี้ค่ะ

ใช้เวลาอยู่ที่ตลาดดอกไม้นานพอสมควร หลังจากนั้นก็เดินไปต่อกันที่ VONDEL PARK เพราะดูจาก Google Map แล้วไม่ไกล

มาถึงแล้ว หน้าประตูทางเข้า ดูจากแผนที่แล้วสวนค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว บวกกับแฟนขี้เกียจเดินเข้าไปข้างใน เลยได้ภาพมาแค่นี้ อิอิ

ดอกไม้บริเวณหน้าทางเข้าสวยงามมาก นี่ขนาดยังบานไม่เต็มที่นะ เพราะช่วงที่เราไปถือว่ายังไม่ซัมเมอร์ ถ้าซัมเมอร์จริงๆคงจะสวยกว่านี้

จบจากสวนก็เดินมาอีกค่ะ บอกแล้วว่าทริปนี้มีแต่เดิน เดิน และเดินมาจนถึง RUKS MUSEUM กันเลยทีเดียว

ด้านบนนี้เป็นภาพที่อยู่ด้านหน้าฝั่งถนน ส่วนภาพด้านล่างคือทางเดินเพื่อทะลุเข้าด้านในเพื่อไปยังสวนและลานกว้างๆค่ะ

พอเดินเข้าไปข้างในด้านซ้ายมือก็จะมีร้านกาแฟ ร้านขายหนังสือ ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ รวมถึงห้องน้ำและล๊อกเกอร์สำหรับฝากของด้วยนะคะ

อันนี้ด้านในวิวก็จะประมาณนี้ค่ะ เสียดายช่วงนี้ในสระเขาไม่มีน้ำหรือต้นดอกไม้ประดับ ถ้ามีคงจะสวยกว่านี้แน่

บริเวณนี้ส่วนมากจะเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีเยอะมาก เราเดินจนสุดถนนอีกฝั่ง แล้วก็เดินย้อนกลับมา ต้องบอกว่ากว้างมาก ใช้เวลาไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีคือบ่ายแก่ๆแล้วก็เลยชวนกันเดินออกมา นั่งรถรางไปลงที่ Central

มาเที่ยวอัมสเตอร์ดัมทั้งทีต้องนั่ง Canal Tour เพื่อชมบรรยากาศและวิวอาคาร บ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำนะคะ แต่สำหรับเราไม่นั่งค่ะเพราะถนัดเดินทัวร์มากกว่า 555 ( ประหยัดงบ )

พูดแล้วก็เดินต่อ บวกกับความหิวเริ่มคลืบคลาน เนื่องจากพลังงานของแพนเค้กมื้อเช้าใกล้จะหมดลงแล้ว

ของดีของดังต้องชีสสส จัดร้านซะสวยเชียว แบบว่าเหลืองอร่ามงามตา

เนื่องจากที่นี่เขาใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก เพราะฉะนั้นถนนเขาก็จะมีแบ่งเลนส์ชัดเจน ไม่งั้นมีหวังชนกันแน่

พอเริ่มบ่นหิว แฟนก็จะทำหน้าที่หาข้อมูลในอากู๋ ไล่ดูว่าอัมสเตอร์ดัมมีอะไรแนะนำบ้าง สรุปเจอเมนูนี้ในรีวิว และต้องร้านนี้เท่านั้น ไปค่ะ เปิด Google Map แล้วเดินตาม…

นี่ไง..ถึงแล้ว ปรากฏว่าคิวยาวเหยียด สมกับที่มีรีวิวจริงๆ ไปต่อคิวดูซิว่าจะอร่อยขนาดใหน

ได้มาแล้วค่ะ หน้าตาเฟรนไฟร์ กินแล้วก็ยังไม่รู้สึกถึงความต่างนะ แต่เอาเหอะหิวพอดีกินอะไรก็อร่อย เชื่อซิ !! ( เอาจริงๆถ้าจะถามว่าโอเคมั๊ย เราก็ว่าโอเคนะ หนาวอะกินอุ่นๆแล้วรู้สึกดี ) ถือว่ารองท้องไปก่อน เพราะแฟนบอกว่าจะพาไปดินเนอร์…

หกโมงเย็น เริ่มมืดแล้วแต่ก็ไม่ได้มืดเหมือนบ้านเรา แฟนหาร้านอาหารได้แล้วซึ่งเป็นร้านที่ได้รีวิวโอเค เป็นร้านอาหารสไตล์ยุโรปนี่แหละ ก็เลยตัดสินใจไปตามรีวิว กว่าจะหาร้านเจอคือยากเหมือนกันเพราะ GPS พางง หลง วน

แต่พอมาถึงแล้วก็เกร็งๆ ร้านออกแนวไฮโซไม่เหมาะกับเรา พนักงานก็มาต้อนรับอย่างดี คือปกติมาร้านนี้ต้องจองล่วงหน้า แต่เราไม่รู้ โชคดีว่ามาตั้งแต่หัวค่ำ โต๊ะที่คนจองไว้มันยังไม่ถึงเวลา พนักงงานก็ใจดีให้เรานั่งก่อนได้

ลืมชื่อร้านแต่เมนูอาหารคืออร่อยมากกก แล้วก็แพงมากด้วยถ้าเทียบเป็นเงินไทย เอาเป็นว่าเราจะไม่พูดถึงราคา 555

กินคาวเสร็จก็ต่อด้วยของหวานตามภาพ กินอิ่มแล้วก็รีบเช็คบิลไปต่อเพราะทริปเรายังไม่จบแค่นี้ ถึงแม้ว่าจะมืดแล้วก็ตาม

แลนด์มาร์กสุดท้ายของทริปนี้ต้องมาตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะกลางวันมันจะเงียบ อิอิ Red Light ไฟแดงๆ มาเดินดูตามคำร่ำลือ…

ผู้คนพลุกพล่านไม่เบากันเลยทีเดียว ไม่ได้มีแค่ผู้ชายนะคะผู้หญิงก็มีเยอะ ส่วนมากก็นักท่องเที่ยวเหมือนเรานี่แหละ มาเที่ยวทั้งทีก็อยากจะมาดูมาเห็นว่ามันเป็นยังไง เดินได้สักพักก็พากันกลับเพราะไม่ไหวแล้ววันนี้เดินเยอะมากถึงมากที่สุด

ภาพยามค่ำคืนตอนเดินกลับจาก Red Light เพื่อจะไปขึ้นรถราง (Trams) กลับที่พัก

โรงแรมที่เราพักไม่มีอาหารเช้า แต่จะมีขนมขบเคี้ยว น้ำ ชา กาแฟ ไว้บริการตลอดที่เคาท์เตอร์ และสิ่งสำคัญที่ทำให้หลงรักคือตอนเช็คเอาท์เขามีถุงเล็กๆใบนี้ให้เราด้วยค่าาา

เปิดดูข้างในก็เจอสิ่งเหล่านี้ เนื่องจากเราต้องออกแต่เช้าและต้องเดินทางต่อ ทางโรงแรมเขาก็จะมีเตรียมแบบนี้ไว้ให้กับลูกค้าที่เช็คเอาท์ทุกห้อง คือเรามองว่ามันเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยที่เขาให้ความสำคัญ ซึ่งทำให้คนรับเกิดความประทับใจ รวมถึงการพูดจา การบริการของพนักงานก็ดี เอาใจไปเลยค่ะ

นั่งรถรางมาถึงสถานีเดิมที่เรามาตอนแรก แต่รอบนี้เราต้องซื้อบัตรรถไฟเพื่อไปสนามบิน

พอไปถึงสนามบินก็หาอาหารง่ายๆรองท้อง หนีไม่พ้นขนมปัง และที่ชอบคือน้ำเปล่าค่ะ ตามภาพเลย เขาใส่ผลไม้ สมุนไพรเข้าไปในน้ำด้วย ดื่มน้ำแล้วก็มีกลิ่นตามนั้นเลย ดูดีมีประโยชน์

นั่งรอเวลาไม่นานก็ได้ยินประกาศให้เตรียมตัวขึ้นเครื่อง บ๊ายบายอัมสเตอร์ดัม ถึงเวลาบินกลับสวีเดนแล้วจ้า ถ้ามีโอกาสจะมาเที่ยวอีกแน่นอนเพราะประทับใจหลายๆอย่างของที่นี่และที่สำคัญคือยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้ไปปักหมุด

สำหรับคนที่มีแพลนจะไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมขอให้สนุก เที่ยวอย่างมีความสุข แล้วอย่าลืมมาแชร์ข้อมูลดีๆเพื่อเล่าสู่กันฟังนะคะ 🙂

Leave a Reply