นั่งกระเช้าชมวิวที่ Five Fingers กับที่พักวิวหลักล้านแบบ 360 °C


จากรีวิวที่ผ่านมาของ Salzburg และ Hallstatt บอกว่ามาพักที่ Haus Hepi Obertraun แต่ยังไม่ได้เล่ารายละเอียดเพราะเก็บมาเล่าสู่กันฟังในรีวิวนี้ค่ะ แล้วจะรู้ว่าทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องที่พักของที่นี่มากกว่าที่อื่น

29.02.63 เป็นวันที่เดินทางออกจากกรุงเวียนนาตอนเช้า นั่งรถไฟมาถึง Salzburg ช่วงบ่ายแวะเที่ยว 3 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็นั่งรถต่ออีกราวๆ 3 ชั่วโมงมาถึง Obertraun กว่าจะถึงที่พักก็ค่ำมืดแล้วแต่พอได้เห็นห้องนอนคือ หายเหนื่อยอะ น่ารัก มุ้งมิ้งมาก

เนื่องจากเป็นทริปหนีโควิด-19 เราก็เลยไม่มีการวางแผนกันมากเท่าไหร่ อย่างที่พักนี้ก็อ่านจากรีวิวและจองผ่าน Agoda 1 คืน ส่วนคืนที่ 2 จ่ายตรงกับเจ้าของบ้าน (ราคาถูกกว่าอีก)

ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ช๊อกโกแลตคนละ 1 ชิ้นสำหรับแขกที่มาพักถูกวางไว้บนมุมหัวเตียง (น่ารักอ่ะ)

ห้องน้ำแยกโซนเปียก โซนแห้ง ถึงจะแคบนิดนึงแต่รวมๆก็โอเคเพราะที่นี่เป็นโฮมสเตย์ไม่ใช่โรงแรม

มุมนั่งเล่น สนทนา สังสรรค์ มีหลายจุดเลยค่ะ แล้วแต่ละมุมของบ้านก็มีหน้าต่างใสสามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้ เสมือนว่าวิวด้านนอกเป็นวอลเปเปอร์ที่สวยงามโดยอัติโนมัติ

มีมุมเครื่องดื่มไว้บริการ (แต่ไม่ฟรีนะ) คือเราสามารถหยิบเครื่องดื่มไปได้แต่ต้องจดรายละเอียดลงสมุดไว้แล้วเจ้าของบ้านเขาจะคิดเงินทีเดียวตอนเราเช็คเอาท์ ส่วนขนมขบเคี้ยวที่ใส่ในขวดโหลนั้นทานฟรีค่ะ เจ้าของบ้านน่ารักมาก

ภูเขาหิมะกับหมอกยามเช้า วิวจากห้องทานข้าว

บ้านหลังนี้มีทั้งหมด 10 ห้อง มีทั้งหมด 3 ชั้นรวมชั้นใต้ดินด้วย ส่วนเราได้ห้องพักชั้นบนสุด

ห้องอาหารจะอยู่ชั้นล่างแต่มีต่อปีกบ้านออกมาทำให้เห็นวิวด้านนอกได้อย่างชัดเจนและสวยมาก กินข้าวพร้อมกับชมวิวไปเพลินๆ ห้องทานข้าวก็จัดได้น่ารักสดใส พอดีกับจำนวนห้องพัก อาหารหลักของแต่ละโต๊ะเจ้าของบ้านจะเป็นคนจัดเตรียมให้ ถ้าไม่พอขอเพิ่มได้ ส่วนพวกชา กาแฟ ขนมปัง ผลไม้ จะมีจัดวางไว้ให้เลย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเองก็สามารถจอดเทียบหน้าบ้านได้เลยเพราะมีลานจอดรถ สามารถจอดได้ 4-5 คัน การพัก 2 คืนที่ Haus Hepi เป็นอะไรที่ดีมากเพราะเราได้มีการพูดคุยกับเจ้าของบ้าน ( คนเสื้อดำ ) เขาอัธยาศัยดีทั้งสามีและภรรยาเลยค่ะ ที่จริงเขาเป็นคนลอนดอนทั้งคู่ เดิมเคยทำงานอยู่โรงแรมกันทั้งสองคน ( ไม่แปลกใจเลยกับรายละเอียดเล็กๆน้อยที่เขาใส่ใจ ) เมื่อก่อนเขาเองก็เป็นคู่ที่ชอบเที่ยวแบบ Backpack ตามที่คุยกันคือเขามีความรู้สึกว่าเวลาไปพักในแต่ละที่มันมักจะมีอะไรที่ขาดหายและรู้สึกว่ามันยังไม่โดน ทั้งคู่เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำโฮมสเตย์เป็นของตัวเองด้วยการเอาประสบการณ์ในการทำงานตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด นี่แหละคือความไม่ธรรมดาของที่พักแห่งนี้ แนะนำว่าถ้าจะมาพักให้ติดต่อหรือจองโดยตรงกับที่พักอาจจะได้ราคาถูกกว่าช่องทางอื่นหรือไม่ก็ลองเทียบราคาดูว่าอันไหนถูกกว่า เพราะราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล

ส่วนเราถนัดเดิน เดินขึ้นเดินลงเพื่อออกจากที่พักได้แบบไม่เบื่อเพราะมีวิวสวยๆให้ชม

วันที่ 1.03.63 เที่ยว Hattstatt ส่วนวันนี้เป็นวันที่ 2.03.63 เราจะพาทุกคนไปขึ้นเขากันค่ะ

จากป้ายรถเมล์ที่เรายืนรอเพื่อไปยัง DACHSTEINBAHN ที่จริงจะต้องเสียค่ารถแต่เราได้ขึ้นฟรีเพราะโชว์คูปอง (เจ้าของบ้านพักมีให้) ดีงามมากเลยพี่จ๋า..หนูช๊อบชอบ อิอิ

น้ำใสไหลผ่านมองเห็นยันเม็ดทราย..นี่ขนาดคลองเล็กๆริมถนนนะเนี่ยะ

นั่งรถไม่ถึง 10 นาทีก็มาถึงแล้วแป๊บเดียวเองแต่ถ้าเดินก็ไม่ไหวนะมันหนาวแถมจะหมดพลังเอาซะก่อน แหะๆ

ส่องราคาตั๋วแป๊บ..

แล้วก็มายืนต่อคิวรอซื้อตั๋วกัน..

ระหว่างรอ..ขอส่องราคาแป๊บนะฮะ ^^

ได้มาแล้วตั๋วพร้อมค่าเสียหายที่เกิดขึ้น 2 คน 76.20 ยูโร ( ราวๆ 2,676 บาท ณ.เรทวันนั้น ) จ่ายไปเยอะเราต้องเอาให้คุ้ม อิอิ

ตั๋วที่ได้จะสามารถยืมอุปกรณ์ได้นั่นคือ Snowshoe & Ski poles สองอย่างนี้แหละที่จะช่วยให้เรามีชีวิตรอดได้สำหรับมือใหม่ 555++

จะบอกว่ากระเช้าลอยฟ้าใหญ่มากและแต่ละสถานีก็ใหญ่เช่นกันแถมมันยังสูงชันเอามากๆเลย การขึ้นชมวิวที่ Five Fingers วันนี้เราต้องขึ้นกระเช้าลอยฟ้าถึง 2 ต่อ สถานีแรกจำไม่ได้จริงๆว่าเราอยู่ที่ความสูงเท่าไหร่ ส่วนสถานนีที่สองนี้ความสูงอยู่ที่ 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล อู้วหูววว..มันสูงมาก จากที่เคยไปเดินเขาต่างๆในไทยยังไม่มีภูเขาไหนที่สูงเท่านี้เลย !

กระเช้านี้ขนาดเล็กสำหรับรับ-ส่ง คนเล่นสกี ส่วนกระเช้าที่เราขึ้นใหญ่กว่านี้ค่ะ

คนอื่นเตรียมตัวเล่นสกี ส่วนเรานั้นผูกรองเท้าให้แน่นๆแล้วจับไม้เท้าเพื่อพยุงตัวเองให้รอดก่อน 555++

มาค่ะ เราจะเริ่มเดินกันแล้วนะ เป้าหมายมีไว้พุ่งชน..มาลุยกันค่ะ

วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส บวกกับการมาแต่เช้าของเราทำให้กลายเป็นผู้โชคดีเพราะยังไม่มีนักท่องเที่ยวมากันเยอะ

สวยอะ สุดลูกหูลูกตาคือเห็นแค่ภูเขาหิมะขาวๆกับท้องฟ้าอันสดใส ณ.จุดนี้ฟินเว่อร์

แฟนเดินไปได้ไกลมากแต่เรายังเดินตามตูดไปต้อยๆเพราะหลงใหลในความสวยงาม เก็บภาพแบบไม่รู้จักเบื่อ ครั้งแรกในชีวิตกับการได้มาพบเจออะไรแบบนี้บอกเลยว่าคุ้มมาก ธรรมชาติได้รังสรรค์สิ่งที่สวยงามมาให้มนุษย์อย่างเราได้ชมแบบสุดยอดมากเลยจริงๆ

ภาพล่างนี้คือสถานีที่ 2 ค่ะ สถานที่มีความสูง 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเราก็ออกมาจากสถานีนี้แหละแล้วก็เดินต่ออีกประมาณ 1 กิโลกว่าๆ (ทั้งขึ้นเขาและลงเขา) แบบหอบเหนื่อยมากอ่ะ อารมณ์เหมือนเวลาเราวิ่งอยู่บนทรายริมทะเล รู้สึกว่าทุกอย่างในร่างกายมันหน่วงและอืดมากเวลาเดินโดยเฉพาะน้ำหนักตัว 555++

โอ้วว..แม่เจ้ามันสวยเกินที่จะบรรยายเลยจริงๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก คืออยากให้ทุกคนได้มาเห็นและสัมผัสมันจริงๆเหมือนอย่างที่เราได้มาอยู่ตรงนี้ค่ะ ( ตามรอยมานะคะ )

ในที่สุดเราก็เดินมาถึง 5 Fingers Viewpoint ! คุ้มแล้วกับเงินที่เสียไปเพราะเราได้มายืนอยู่ตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเทือกเขาแอลป์เชียวนะ ( ขอหยิกตัวเองแป๊บ )

วิวกรอบรูปนี้ดูเหมือนจะธรรมดาแต่จะบอกว่าเวลาเราไปยืนอยู่จริงตรงนั้นมันน่ากลัวมากเพราะข้างล่างเป็นเหวลึก คนที่กลัวความสูงอาจจะน้ำตาแตกได้

แต่สำหรับเราสองคนชิวล์ๆค่ะ..ผ่านการขึ้นกระเช้ามาได้ก็ไม่ตายแล้ว เพราะตอนที่กระเช้าไล่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆมันน่ากลัวมาก คติที่ใช้ในตอนนั้นคือ “คนยุโรปเขาเก่งกระเช้าเขาต้องแข็งแรงและทนทานแน่นอน เราต้องรอด” คือปลอบใจตัวเองแบบนี้จริงๆนะคะ

ระหว่างถ่ายรูปก็เอาขวดน้ำแช่เย็นไว้..แฮะๆ

ระหว่างทางเดินกลับเราเริ่มเจอนักท่องเที่ยว เขาก็เลยตกเป็นเหยื่อของเราโดยปริยาย รบกวนให้เขาถ่ายรูปคู่ให้ อิอิ

สนุกอยู่กับ Five Fingers เกือบชั่วโมงแล้วก็พากันเดินกลับมาที่เดิม สถานีนี้เขามีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการด้วยนะคะ ราคาไม่แพงแถมได้ชมวิวหลักล้านกันไปเลยแนะนำค่ะ

นั่งพักเติมพลังด้วยช๊อกโกแลตร้อนพร้อมกับชมวิวกระเช้าเล็กๆขนส่งผู้คนที่เล่นสกีจากข้างล่างขึ้นมาข้างบนวนเวียนไปมา กิจกรรมของเมืองหนาวนี้ก็น่าสนุกไปอีกแบบ

ตั้งใจทำเป็นลูกศรให้ดู อยากให้รู้ว่ามันสูงชันมากกกกก..มากจริงๆ แล้วมันก็หวาดเสียวมากด้วย ภาพล่างนี้คือเมืองที่เราพัก แล้วคิดดูว่าจุดที่เราอยู่ตอนนี้มันสูงไกลแค่ไหนจนแทบมองไม่เห็นเป็นหมู่บ้านอะ

กรอบสีเขียวที่ทำให้ดูคือจุดที่เราไป ยังมีอีกหลายจุดที่เรายังไม่ได้ไป ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง คือชอบและหลงรักที่นี่มากแต่แค่อยากมาเที่ยวนะคะ ถ้าให้อยู่ทุกวันก็คงเบื่อเพราะไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ อิอิ

ครึ่งเช้าผ่านไปไวมาก เพราะช่วงที่เรามีความสุขเวลามักผ่านไปไวเสมอ สิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวอันยาวไกลของเราสองคนแล้วค่ะ มีด้วยกันทั้งหมด 7 ทริป ถ้าจะให้สนุกต้องเริ่มอ่านตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ เหตุผลที่แยกแต่ละทริปออกมาแบบนี้ก็เพื่อให้คนอ่านเข้าใจง่าย ไม่ยาวเกินไปจนน่าเบื่อและที่สำคัญคือถ้าต้องการตามรอยแล้วมีเวลาเที่ยวจำกัดก็สามารถตัดบางทริปออกได้ แต่ถ้าเขียนรวมทั้งหมดแน่นอนว่าจะงงกัน ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ สัญญาว่าจะเขียนรีวิวแบบนี้ไปอีกเรื่อยๆถ้าได้ออกเดินทาง..เพราะสิ่งนี้เรียกว่าความสุข

คลิปสั้นแต่ใจอาจสั่นไหวได้นะคะ อย่าลืมตามรอยมานะคะ

แนบท้ายด้วย 6 ทริปก่อนหน้านี้ :
ทริปที่ 1 Oslo 19.02.63-20.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 2 Bergen 21.02.63-24.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 3 Hungary 25.02.63-27.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 4 Vienna : 28.02.63- 29.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 5 Salzburg : วันที่ 29.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 6 Hallstatt : วันที่ 01.03.63 >> คลิ๊กเลย

Recent Content

Rutwriter 2020