นั่งรถไฟไป Bergen สวยล้ำค่าสมฉายาเมืองมรดกโลก ( UNESCO )


ให้ภาพเล่าเรื่อง..ทริปนี้ขอเน้นภาพและวิว รีวิวต่อจากทริปออสโลนะคะ เบอร์เกนช่วงวันที่ 21.02.63-24.02.63 โหด มันส์ ฮา รวมอยู่ที่นี่ที่เดียว เป็นทริปที่น่าจดจำที่สุดสำหรับการทัวร์ยุโรปรอบนี้

ก่อนที่จะมาเที่ยวที่นี่คือไม่รู้เลยว่าเบอร์เกนมีดีอะไรบ้าง ประวัติความเป็นมา บรรยากาศเป็นยังไงไม่เคยรู้เลย พอแฟนบอกว่าเดี๋ยวเราจะไป Bergen กัน ไอ้เราก็ฮ๊ะ อ่านว่าอะไรนะ แบร์เก้น เบอร์เกน..(สำเนียงภาษาอังกฤษ) พูดชื่อเมืองเขาก็ยังไม่ถูกอีกเรา
แต่เอาเหอะ..ไปก็ไป เรานี่รีบเลยจ้า รีบไปถามอากู๋..555 ( Google )

ทริปนี้เป็นการเดินทางต่อจากทริปออสโล 21.02.63 เก็บข้าวของแล้วเดินออกจากโรงแรมเพื่อไปยังสถานีรถไฟใจกลางเมือง Oslo Central station ไปตะลุยพร้อมกันเลยนะคะ..

เวลา 7 โมงเช้าของที่นี่ถือว่ายังเช้ามากสำหรับเรา ข้างนอกก็ยังไม่สว่างเต็มที่บวกกับตัวเราที่ยังมึนๆอึนๆ พากันเดินมาดูตารางเดินรถ ด้านในคนก็ยังโล่งๆ(ยังเช้า) พอรู้ชานชาลาแล้วก็พากันเดินตามป้าย

แต่ละชานชาลาจะมีทางออกเพื่อไปยังสถานีรถไฟของใครของมันเลย ป้ายบอกไว้ชัดเจน แนะนำว่าถ้าเวลายังเหลืออยู่มากไม่ต้องรีบออกไปรอข้างนอกเพราะอากาศมันหนาว อยู่ข้างในอาคารนี่แหละดีแล้ว เพราะที่นี่ยึดเวลาเป็นหลัก ต้องตรงเวลาไม่มีเร็วหรือช้า

แต่พอเอาเข้าจริงๆด้วยความตื่นเต้นอ่ะนะ..เรานี่รีบเชียว กลัวตกรถไฟ ออกมารอก่อนเวลาตั้ง 30 นาที ถ่ายรูปวนไป ^^

8.25 น. รถไฟมาล๊าวว..นี่ไง ที่นั่งของเรามีโต๊ะวางของด้วย ที่นั่งดูสะอาด เบาะกว้าง เหมาะกับการเดินทางไกลๆหลายชั่วโมงแบบนี้มาก

ทันทีที่รถไฟเคลื่อนออกจากสถานี ความตื่นเต้นก็เริ่มทำงานขึ้นเป็นอัตโนมัติ ด้วยความเร็วของรถไฟที่ไม่ต้องรอสัญญาณไฟเขียวไฟแดง จึงทำให้เราได้เห็นวิวสวยๆของสองฝั่งข้างทางอย่างไว ภายใน 1 ชม.หลังจากที่รถไฟออกจากสถานีหลัก

บรรยากาศแบบนี้ไม่ว๊าวไม่ได้แล้ว นับว่าเป็นอาหารตาที่ทรงคุณค่าและน่าจดจำมาก ในรูปยังขนาดนี้แล้วของจริงจะขนาดไหน นี่ขนาดนั่งในรถไฟถ่ายออกไปนะ โอ๊ยย..หลงรักธรรมชาติ

แต่อย่างว่าแหละ อารมณ์ของนักท่องเที่ยวกับอารมณ์ของคนที่เห็นบรรยากาศแบบนี้มาตั้งแต่เกิดมันคงไม่เหมือนกัน รถไฟวิ่งไปกี่ชั่วโมงแล้วไม่รู้ตัวและไม่รู้สึกหิวเพราะมัวแต่อิ่มกับวิวตลอดเส้นทาง

พอมารู้ตัวอีกทีตอนที่เขาประกาศว่า Next Station Myrdal ( นั่นคือสถานีที่เราจะลงพอดีเพื่อต่อรถไฟสายโรแมนติกเพื่อชมวิว) แต่ๆๆ..ความโชคร้ายก็ลงมาผ่ากลางความเป็นจริงเมื่อ จนท.บนรถไฟประกาศว่า รถไฟจำเป็นต้องล่าช้าเนื่องจากรถไฟขบวนข้างหน้าที่จะสวนทางมาเสีย ( พอได้ยินแค่นี้แหละ..เตรียมใจ ) ด้วยความที่หิมะมันตกเยอะมากทำให้เดาได้ว่าการที่จะแก้ไขหรือทำอะไรมันก็คงช้าตาม..

รถไฟเจ้าปัญหา ขบวนนี้เลยทำให้เราต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน ชิชิ !

และแล้วสิ่งที่คิดและเดาก็เป็นจริง จนท.ก็แจ้งอัพเดทสถานการณ์เป็นระยะๆแหละ แต่นี่มันผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้วนะ สรุปเส้นทางที่เราจะไปต่อคือไม่ทันเวลาแน่นอน ทางเดียวที่จะต้องเลือก ( ไม่มีสิทธิ์เลือกมากกว่า555 ) คือนั่งรถไฟสายนี้ยาวไปถึงเบอร์เกนเลย..

จากแพลนเดิมที่ซื้อแพคเกจไว้คือ นั่งรถไฟขบวนนี้ แล้วเปลี่ยนรถไฟไปสายโรแมนติก 1 ชม.ต่อด้วยลงเรือชมวิว เสร็จแล้วก็นั่งรถบัสเข้าเบอร์เกน แต่เพราะรถไฟเจ้าปัญหานี้ทำให้เราต้องเสียแผนและเสียเวลา ( แอบเสียดาย ) แต่สุดท้ายแล้วทางบริษัทที่เราซื้อแพคเกจเขาก็ได้คืนเงินให้ประมาณ 50% ถือว่ารับได้เพราะจริงๆแล้วก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ( ไปตามเอากับรถที่เสียแล้วกันนะ หุหุ )

ระหว่างรอ..ว่างจนนั่งแต่งรูปเป็นการ์ตูนได้ อิอิ

ยังๆ..ความซวยของวันนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ พอนั่งรถยาวมาถึงสถานี Voss ก็มีประกาศดังขึ้นมาว่าคนที่จะไป Bergen ให้เปลี่ยนขบวนรถที่สถานีนี้ ( คิดในใจ ) โอ๊ยยย..อีกแล้วเหรอ ฝนก็ตก หนาวก็หนาว เหนื่อยก็เหนี่อย อยู่บนรถไฟมาทั้งวันแล้วเนี่ยะ..

แต่โชคดีว่าจาก Voss – Bergen ใช้เวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ แต่ก็เพลียเหอะนั่งรถไฟทั้งวันแล้ววันนี้ มาถึงเบอร์เกนก็มองไม่เห็นอะไรแล้วเพราะค่ำมืด พากันเปิด Google Map แล้วย่ำเท้ากันอย่างไวเพื่อเดินไปยังโรงแรมที่จองไว้

จากสถานีรถไฟเดินมาถึงโรงแรม First Hotel ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีได้ ด้วยความที่มันมืด บวกกับเป็นช่วง Low Season ระหว่างเดินก็รู้สึกว่าเมืองนี้มันเป็นเมืองร้างชัดๆ 555
เราจะไม่รีรอและรอรีเพราะวันนี้เหนื่อยมาก เรียกได้ว่า”ซวย”มาทั้งวันแล้ว พอเช็คอินได้ห้องเสร็จก็รีบโยนกระเป๋าแล้วออกไปหาของกินเลยมื้อเย็น ส่วนมื้อเที่ยงนั้นไม่มีอยู่บนรถไฟกินขนมและดื่มน้ำแทน ( ชีวิต..น่าสงสาร )

จะ Dinner ทั้งทีจะกินอะไรดีถามกันไปมา สุดท้ายจบที่รีวิว ( คนเขาว่ามา ) มาถึงนอร์เวย์แล้วถ้าไม่กินปลาแซลมอนก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึง งั้นมือนี้จัดเลยแล้วกัน !

หน้าตาอาหารตามภาพเลยค่ะ ถามว่าสวยมั๊ย? สวย ถามว่าอร่อยมั๊ย? ก็ดี แต่ถามว่าแพงมั๊ย? ตอบเลยว่า มากกกกก ( ก.ไก่ล้านตัว) สำหรับมื้อนี้เสียหายไป 956 NOK ( ไปคูณเอาเองนะ ) ราคาก็ว่าน่าเจ็บใจแล้วแต่ยังมีความเจ็บใจอื่นมากกว่าคือรออาหารนานมากเกือบชั่วโมงได้ ยังไม่พอโต๊ะที่เราได้นั่งคืออยู่ไต้เครื่องทำความร้อนเลยจ้า ( คนอื่นอาจจะอุ่นแต่เราสองคนจะไหม้แล้วค่ะ )

รีบกิน รีบกลับค่ะ ไม่ไหว แต่ก่อนกลับขอด่านิดนึง ( ยุให้แฟนคอมเพลน ) อันที่จริงมันก็สมควรมากที่จะคอมเพลนเพราะเรามีเหตุผล นี่ขนาดตอนเขียนรีวิวยังจำได้นะ อารมณ์ขึ้นเลย คอมเพลนกับพนักงานไม่พอ ลากผู้จัดการมาเลยจ้า โป๊ะเช๊ะ ผจก.เป็นคนสวีเดน แฟนเราก็พูดภาษาสวีดิชใส่เลย อวสานมื้อค่ำ กลับโรงแรม เก็บแรงเที่ยว ( บอกแล้วว่าวันนี้มันวันซวย )

กลับมาถึงโรงแรมสามทุ่มนิดๆ นั่งเล่นโทรศัพท์รออาหารย่อย อาบน้ำเตรียมตัวนอนก็เกือบห้าทุ่มพอดี เอ๊ะนั่น ! สัญญาณเตือนไฟไหม้ดังลั่นขึ้นมาทั่วโรงแรม ตกใจ ตื่นเต้น สั่น แฟนบอกให้รีบใส่เสื้อผ้ากันหนาวแล้วออกจากห้อง ( เราพักชั้น 2 ใกล้ทางหนีไฟ จากทั้งหมด 6 ชั้นโรงแรมสไตล์โบราณ ) สรุปเปิดประตูห้องออกมามีคนตะโกนบอกว่า Fake ! อ้าวว..เฮ้ย นี่มันวันมหาเฮงซวยแห่งชาติของเราสองคนเลยนิหว่า ( อยากจะด่าออกมาเป็นภาษาอิสานว่า..ห่าลากกก ) หันหลังกลับเข้าห้องเหมือนเดิม Good night, my bad day.

22.02.63 ตื่นเช้า แต่งตัว ทานข้าวที่โรงแรม ภารกิจยามเช้าเรียบร้อยหมด จุดแรกที่เรามุ่งหน้ามาหาก็คือ Tourist Information จร้า เนื่องจากว่าเรามาที่นี่แบบยังไม่มีแพลนและไม่รู้ว่าจะเริ่มเที่ยวจากจุดไหนดี ( ไม่อยากจะบอกว่าร้านอาหารแพงๆเมื่อคืนที่มากินอยู่ตรงนี้แหละ อยู่ใต้ Tourist Information นี้เลย )

พอมาถึงอาคารนี้ก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน กดบัตรคิว พอได้คิวแล้วเราก็รีบเดินไปถามเลย อยากรู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเมืองนี้ถามได้หมด พนักงานน่ารัก ตอบคำถามดีและที่สำคัญคือข้อมูลแน่น แถมยังเช็คสภาพอากาศแบบเป็นรายชั่วโมงกันเลยทีเดียวเพราะที่นี่มีทะเลล้อมรอบเอาแน่เอานอนกับฟ้าฝนไม่ได้เลยจริงๆ

สอบถามข้อมูลจบแล้วก็เสียเงิน ( เหมือนโดนปล้น ) ตามระเบียบ ได้บัตร Bergen Card 24 Hr. มาเรียบร้อย คุณสมบัติของการ์ดนี้ไปหาอ่านเองนะคะขอไม่สาธยายให้ยาวยืดเพราะเราอยากเที่ยวแล้ว..

ตลาดปลา ( Fish Market ) อยู่ติดกับท่าเรือและ Tourist Information เลยค่ะ ไม่ว่าคุณจะเดินมาจากทางไหนรับรองว่าต้องมองเห็น ( ถ้าไม่เห็นอะแปลก555 ) ภาพนี้ของเรามันช่างมีผู้คนบางตาเหลือเกิน แต่ทำไมเวลาไปดูกระทู้ของคนอื่นแล้วผู้คนเนืองแน่นมากแถวนี้ อ๋อๆๆ..เรามาเที่ยวช่วง Low Season นั่นเอง เอิ๊กๆ

ตลาดปลา ส่วนมากของที่มาขายคืออาหารทะเลแบบสดๆเพิ่งเอาขึ้นมาจากเรือประมาณนั้น ส่วนเบอเกอร์ น้ำผึ้งแท้ พวกนี้ก็จะเป็นเจ้าของฟาร์มมาขายเอง สินค้าค่อนข้างมีคุณภาพถ้าเทียบกับไทยก็ออกแนวสินค้า OTOP

เราพากันเดินทะลุตลาดปลาเพื่อที่จะไปยังสถานีแรกนั่นคือ Fløyen นั่งรถรางขึ้นบนเขาเพื่อชมวิวโดยรอบของ Bergen

ต่อคิวซื้อตั๋ว ถ้าเรามีบัตร Bergen Card 24 Hr. เราสามารถโชว์เพื่อรับส่วนลดได้นะคะ ( เราซื้อบัตรเพื่อสิ่งนี้แหละ อิอิ )

ได้บัตรแล้วก็เข้ามานั่งรอด้านใน ตรงจอทีวีจะมีเวลาอัพเดทตลอดว่าอีกกี่นาทีจะมีรอบรถรางขึ้น-ลง

เย่ๆ เราขึ้นมาถึงบนเขานี้แล้ว ข้างบนนี้จะมีร้านกาแฟ ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกด้วย

แต่สำหรับเรานั้นสำคัญคือถ่ายรูปค่ะ ลุย..กดชัตเตอร์แบบรัวๆ

ไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงโชคร้ายเรื่องสภาพอากาศคือมืดครึ้มทุกที่ที่เราไป555 บางทีก็คิดนะว่าสมกับที่เป็น Low Season จริงๆแหละ มันได้อย่างเสียอย่างจริงๆ เที่ยวช่วงนี้คนน้อยแต่อากาศไม่เป็นใจ ที่พักถูก ( อันนี้ชอบ ) แต่บางทีก็เหมือนเมืองร้าง

บ่นเสร็จแล้วก็มาถ่ายรูปกันต่อไหนๆก็มาแล้ว เอาให้คุ้ม

ยังบ่นไม่ทันขาดคำ เดินถ่ายรูปรอบๆไม่ถึง 20 นาที ฟ้ามืดจ้า มืดแบบในรูปด้านล่างนี้เลย ไม่มีการแต่งภาพแต่อย่างใด มืดซะขนาดนี้ 1 นาทีต่อมาฝนเท ตามมาติดๆด้วยลูกเห็บเม็ดเล็กๆ ถึงขั้นต้องยืนหลบตามอาคารกันเลยทีเดียวเพราะอันตราย ตกมาโดนหน้าก็เจ็บอีก

10 นาทีต่อมา..ทุกอย่างหยุดราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ถ้าเป็นคนที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงบอกเลยว่าอุณหภูมิร่างกายปรับตัวไม่ทันแน่นอน โชคดีว่าเราถึกและบึกบึน

พร้อมลุยต่อ..ลงมาจากเขาแล้วเราก็พากันเดินไปถ่ายรูปโซน Bryggen ที่เป็นบ้านไม้โบราณ ตึกหลากสี ใครมาก็ต้องถ่ายรูปแถวนี้พร้อมกับมีป้าย UNESCO ตั้งตระหง่านอยู่ตรงทางเดิน

เราจะไม่อธิบายอะไรมากเพราะอยากให้ดูรูปมากกว่าว่าบ้านเมืองเขาสวยงามยังไง ทำไมถึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลก

มุมนี้ถ้ามาแล้วต้องแชะไว้เป็นหลักฐานกันด้วยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง !

เท่าที่เดินผ่านและอ่านป้าย คศ. คือจะบอกว่าทุกอย่าง ไม่ว่าจะสิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนมันเกือบ 100 ปีหรือมากกว่านั้น

ยอมรับว่าที่นี่เขาดูแลรักษาและอนุรักษ์ทุกอย่างไว้ดีมาก

ตรงไหนเก่าก็ซ่อมแซมแต่ก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมไว้แทบจะ 100 %

ร้านขายของที่ระลึก ภาพวาดที่เกี่ยวกับเบอร์เกน

เดินกันจนถึงเที่ยงครึ่งเพื่อนร่วมทางเริ่มหิวและเห็นว่าอ่านรีวิวมาเรียบร้อย มีคนบอกว่าถ้ามาที่นี่ต้องไปลองกินไส้กรอก ว่าแล้วก็เปิด Google Map กันทันที

ร้านนี้ที่จริงแล้วสังเกตง่าย เป็นร้านเล็กๆอยู่มุมถนน ไม่มีที่นั่ง ซื้อแล้วก็ยืนกินแถวนั้นแหละ ส่วนราคาก็ตามป้ายเลยค่ะ บอกแล้วว่านอร์เวย์แพง ! ลองคูณเล่นๆกันนะคะ 95×4 NOK ราวๆ 380 บาท แม่เจ้า..ไส้กรอกชิ้นเดียวกินข้าวที่ไทยได้หลายมื้อ ไปเล่าให้ใครฟังเขาก็บอกว่าแพง หึหึ

มาถึงแล้วก็ต้องลองของแปลกกันดูบ้าง เอาน่าา..ครั้งเดียว จัดไปไส้กรอกกวางกับไส้กรอกแพะ รสชาติก็งั้นๆอะ ด้วยความที่เราเป็นคนไม่ค่อยชอบทานไส้กรอกสักเท่าไหร่ด้วยแหละ แต่แฟนก็บอกว่าโอเค ( ก็ต้องโอเคแหละนะราคาแพงซะขนาดนี้ ถ้าไม่อร่อยแล้วหูจะชา555++ )

ท้องอิ่มแล้วก็พร้อมเดินต่อ..

วิวบ้านที่สร้างแบบขั้นบันไดตามแนวภูเขา กลางคืนเห็นเป็นแสงไฟล้อมรอบสวยงามมาก

ภาพด้านล่างที่มองเห็นเป็นอาคารใหญ่ๆอยู่ไกลๆนั้นเป็น KODE Museums นะคะ แต่ว่าเราไม่ได้ไปเดินเนื่องจากว่าจะไป Museums อื่น ( ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์เยอะมาก )

โน่นค่ะ จุดหมายปลายทางเราอยู่บนโน้น..

และแล้วเราก็เดินขึ้นมาถึง University Museum of Bergen ถ้าให้พูดตรงๆคือเป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดอะไรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แต่ที่ต้องมาเดินเที่ยวเดินดูเพราะไหนๆก็มาแล้วเราต้องมาเยือนให้ถึงที่ เพราะฉะนั้นรายละเอียดจะไม่มีนะคะเน้นรูปภาพ

ที่นี่เข้าฟรีถ้าเรามีบัตร Bergen Card เราสามารถนำไปโชว์กับเจ้าหน้าที่รับ QR Code เพื่อสแกนเข้าด้านใน

Bergen University Museum – Natural History ภายในพิพิธภัณฑ์มีหุ่นขึ้ผึ้งจำลอง จัดแสดงเกี่ยวกับวิวัฒนาการของคน สัตว์ต่างๆ

หุ่นขี้ผึ้งจำลองเหมือนคนจริงเลยอะ
คนนอน ทำได้เหมือนมาก
โครงกระดูกปลาโลมาใหญ่มาก

ถัดจาก Bergen University Museum – Natural History เราก็จะมาเข้า Bergen Maritime Museum ซึ่งอยู่โซนเดียวกันตรงนี้แหละ

เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเรือมี 2 ชั้น เราก็เดินตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เลย

ชั้นบนจะมีฉากจำลองให้ดูว่าเรือสมัยโบราณเป็นยังไงบ้าง ซึ่งมันอลังการมากเพราะเขาเอาของจริงมาไว้ที่นี่เลย

ที่นั่ง First Class ของเรือสมัยก่อน ถ้านับย้อนแล้วถือว่าไฮโซไม่เบาเลยนะเนี่ยะ

เรือจำลองในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากเมื่อก่อนเน้นการคมนาคมทางน้ำเป็นหลักจึงไม่แปลกที่จะมีแบบเรืออยู่มากมายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

จบจากพิพิธภัณฑ์เรือ ข้างๆก็ยังมี Art and cultural history เป็นภาพศิลปะเกี่ยวกับเยซูคริสต์ซะส่วนใหญ่ มีทั้งงานภาพวาดและภาพแกะสลัก เห็นแล้วทึ่งมากเพราะแต่ละผลงานคือมีความปราณีต ละเอียด ดูก็รู้ว่าต้องใช้เวลานานมากกว่าผลงานแต่ละชิ้นจะสำเร็จ

งานแกะสลักที่ทรงคุณค่า หาดูได้ยาก

จบจาก 3 พิพิธภัณฑ์กันแล้วก็เดินออกมาเรื่อยๆแบบไร้จุดหมายเพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนกันต่อ

ถ่ายภาพสวยๆระหว่างทางไปเรื่อยๆละกัน

เวลาของวันนี้เดินไปเรื่อยๆเช่นเดียวกับเราสองคนที่ยังไม่หยุดเดิน จำได้ว่าออกจากโรงแรม 9 โมงกว่าๆ ณ.ตอนนี้เวลา 16.22 น.เราก็ยังคงเดินกันอยู่ จนมาถึง Magic Ice ไปอ่านข้อมูลมาเห็นว่ามีส่วนลดสำหรับ Bergen Card

แต่เอาเข้าจริงๆคือค่าเข้าชมแพงมากกก ได้ส่วนลดแค่นิดเดียวเอง เราก็เลยไม่เข้าเพราะดูๆแล้วคงไม่ต่างจาก FROST Magical Ice Of Siam – Pattaya ของบ้านเรา ผ่านค่ะเดินผ่าน..( ไม่ได้กินเงินฉันหรอก )

มาต่อกันตรงนี้ดีกว่าเพราะอยู่ละแวกเดียวกัน ใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาทีได้จาก Magic Ice มาถึง Bergen Aquarium  อันนี้ก็มีส่วนลดและเสียค่าเข้าเหมือนกันแต่ถูกกว่า Magic Ice จัดไปค่ะ

ประตูทางเข้าเพื่อไปซื้อบัตรผ่าน รวมถึงเป็นร้านขายของที่ระลึก

ในมุมมองของตัวเองคือ Aquarium  ทุกๆที่ทุกๆประเทศคล้ายๆกัน ไม่มีความต่างกันเลย ถ้ามีก็จะเป็นสัตว์ประเภทที่อยู่ในแถบนั้นจริงๆเท่านั้นเอง

เราพากันเดินรอบๆใช้เวลาอยู่ที่นี่เกือบ 1 ชม. นาฬิกาบอกเวลา 17.40 น.พากันเดินออกจาก Aquarium 

ระหว่างทางเดินกลับโรงแรมมาสะดุดที่ร้านเครปชื่อร้าน Creperia แค่เห็นชื่อร้านมันก็น่าโดนแล้วอ่ะ พาไปตำกันเลยดีกว่า..

ช๊อคโกแลตอุ่นๆเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายหลังจากที่เจอฝน ลม หนาว มาทั้งวัน อิอิ

มาแล้ว..หน้าตาเครปของเรา เป็น Dinner ที่แปลกและเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทานเครปแบบนี้ ไส้ข้างในก็แล้วแต่เราเลือกเลยค่ะมีหลายเมนู ที่เราออเดอร์มามีไส้ปลาแซลมอนกับเนื้อหมักไวน์ จะบอกว่า..มันอร่อยมากกกก !

หลักฐานค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้

จบจาก Dinner แล้วได้เวลาเดินกลับที่พัก อ้อ..ลืมบอกไปว่าเมื่อเช้าเราได้แว๊บย้ายโรงแรมกันด้วย เหตุเพราะอาหารเช้าของที่แรกไม่ค่อยถูกใจถ้านอนหลายคืนก็จะยิ่งเบื่อ เลยเปลี่ยนมานอนที่โรงแรม Radisson Blu Royal Hotel ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก First Hotel เท่าไหร่ ลากกระเป๋ามาแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

ค่าที่พักแพงกว่าที่แรก แต่พอเข้าไปแล้วโอ้วโหวว..สวยตั้งแต่ Lobby ยันห้องพัก

ทุกอย่างสวย สะอาดและทันสมัยกว่าที่แรก ปลื้มมากปลื้มที่นี่ แถมมื้อเช้าคือดีมากด้วยแต่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมา ถ้าสังเกตดีๆเวลามาเที่ยวแถบสแกนฯผู้เขียนจะไม่ค่อยมีภาพอาหารเช้าของโรงแรม เพราะคนที่นี่เขาไม่เหมือนแถบเอเชียเรา เขาไม่ชอบถ่ายรูปและไม่อยากเข้ากล้องถึงแม้ว่าจะเป็นความบังเอิญจากกล้องคนอื่นก็ตาม จึงเป็นที่มาว่าไม่มีรูปอาหารการกินมาให้ชมถือเป็นการให้เกียรติเจ้าถิ่นเขาแล้วกันเนาะ

ผ่านไปอีกหนึ่งวันที่เบอร์เกน หนึ่งวันเต็มๆสำหรับการเดินเที่ยวชมสถานที่ต่างๆอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะทุกที่คืออะไรที่ใหม่และน่าตื่นเต้น เรายังมีเวลาอีก 1 วันเต็มๆสำหรับพรุ่งนี้ ส่วนตอนนี้ขอตัวพักผ่อนก่อนนะค๊าาา 🙂

ถัดจากโรงแรมไปนิดนึงจะเจอ St. Mary’s Church และ Bryggens Museum

23.02.63 เราปรึกษากันว่าจะนั่งรถเมล์ออกนอกเมืองแต่พอไปถาม จนท.ตรง Information เขาแนะนำให้นั่งเรือชมวิว ซึ่งใช้เวลาไป-กลับ รวม 3 ชั่วโมง จากที่ดูรายละเอียดรวมถึงค่าตั๋วแล้วก็น่าสนใจ ไหนๆก็มาแล้วเอาให้มันสุดๆไปเลย ( จะได้ไม่ต้องมาอีก 555 )

แพคเกจนี้ค่ะที่เราซื้อ Fjordcruise Bergen – Mostraumen ความสวยงามของแต่ละฤดูนั้นแตกต่างกันไป ช่วงที่เราไปคือ Low Season ก็จริงแต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้ช่วงอื่นเลยนะคะ

ตั๋วสามารถซื้อได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นทางเว็ปไซด์ Tourist Information หรือจะ walk in ซื้อบัตรตรงหน้าทางขึ้นเรือเลยก็ได้เพราะเขามีเวลาออกเรือที่แน่นอนแจ้งไว้ในหน้าเว็ปไซด์อยู่แล้ว ถ้าใครซื้อตั๋วล่วงหน้าแล้วมาไม่ทันรอบก็ซวยไปนะจ๊ะ

เรือเริ่มแล่นออกไปอย่างช้าๆเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวอาคารบ้านเรือนริมสองฝั่งแม่น้ำ โชคดีของเราคือท้องฟ้าปลอดโปร่งทำให้ได้เก็บภาพสวยๆของท้องฟ้า

ยิ่งเรือแล่นออกไปไกลจากหมู่บ้านเท่าไหร่ก็จะยิ่งเห็นธรรมชาติสวยมากขึ้นเท่านั้น มองเห็นภูเขาสีขาวอยู่ไกลๆเนื่องจากหิมะปกคลุม ภาพถ่ายเห็นว่าสวยแล้วของจริงบอกเลยว่าสวยกว่าในรูปนี้อีก 100 เท่า

นี่แหละมั้งที่มาของคำว่า “สวยยันเงา” 555++

ณ.จุดนี้คือฟินมากกกก..ทุกอย่างมันเหมือนภาพวาด ภาพภ่าย ที่ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงตัวเองจะได้มาเห็นของจริงแบบนี้

ช่วงที่เรือจะต้องวิ่งผ่านช่องแคบกัปตันก็ได้มีการชะลอเครื่องยนต์เพื่อให้เรือไหลไปตามน้ำเนื่องจากทำความเร็วไม่ได้เพราะบริเวณนี้น้ำตื้น ทำให้เราได้ซึมซับบรรยากาศและความฟินไปอย่างช้าๆบอกเลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ ( Low Season ตั๋วราคาถูกกว่าปกติ อิอิ )

สุดสายของทริปนี้คือน้ำตก ท้ายเรือแนบชิดกับน้ำตกกันไปเลยจ้า กัปตันบังคับเรือได้เก่งมาก ที่ยืนถ่ายรูปกันนี้คือได้รับละอองน้ำจากน้ำตกกันถ้วนหน้าจ้า ฟินถึงดวงจันทร์กันไปเลย

สวยสมดั่งใจได้รูปและคลิปจนเมมเกือบเต็มแล้วกลับบ้านได้ 555+++

ขากลับกัปตันใจดีให้เราไปนั่งในห้องเครื่องด้วย แถมยังอธิบายวิธีการบังคับเรือ แถมประโยคต่อท้ายว่า วันนี้เราโชคดีมากที่ฟ้าเปิด อากาศดีที่สุดในรอบสัปดาห์ ! เอิ่มม..กัปตันคงหมายถึงหนึ่งชั่วโมงที่แล้วมั้งคะเพราะตอนนี้เท่าที่มองออกไปข้างนอกคือฝนจะเทลงมาอีกแล้วเจ้าค่ะ

จบทริปล่องเรือพร้อมหอบความสุขจนล้นตาล้นใจกลับบ้าน

ยังๆ..ยังไม่จบ ลงจากเรือแล้วยังถ่ายรูปต่อได้อีก

พากันเดินเตร็ดเตร่อยู่พักนึง ด้วยความที่เริ่มเหนื่อยเพราะตะลอนเที่ยวกันแบบไม่หยุด แล้วอีกอย่างหนึ่งก็รู้สึกว่าวันนี้คุ้มมากแล้วกับการได้ล่องเรือเลยพากันกลับไปพักที่โรงแรม

พลบค่ำก็มาเดินหาของกิน จะบอกว่าอยู่เบอร์เกนเรากินปลาแซลมอนกันทุกวัน กินแบบไม่มีเบื่อ กินให้ฉลาดไปเลย 555

แล้วมื้อนี้ของเราก็ปลาอีกแล้วจ้า ด้วยความอยากรู้ว่าแต่ละรสมันอร่อยและต่างกันยังไงเลยถาม พนง.ว่าสามารถแบ่งซื้อแบบละนิดละหน่อยได้มั๊ย เขาก็ตอบว่าได้ เราก็จัดเลยจ้า ค่าเสียหายตามภาพแต่บอกเลยว่าคุ้ม !

จบไปอีกวันกับการตะลอนเที่ยวเบอร์เกน ทานอาหารเย็นเสร็จก็กลับโรงแรม พักผ่อน พรุ่งนี้เดินทางต่อ

24.02.63 ข้อดีของการพักที่โรงแรมเรดิสันคือมีรสบัสที่จะเข้าสนามบินมาจอดที่หน้าโรงแรมพอดีเป็นจุดแรกด้วย โชคดีมากที่ไม่ต้องเดินไปรอรถตรงป้ายรถเมล์ ถ้าใครที่มีแพลนแน่นอนแนะนำให้จองตั๋วรถบัสเข้าสนามบินไว้แต่เนิ่นๆนะคะเพราะราคาจะถูกกว่าซื้อแบบกระชั้นชิด ( เหมือนเรา )

ถึงสนามบินแล้วเป็นอันจบทริป เนื่องจากว่าเรามีธุระที่สวีเดนในวันที่ 25 เลยต้องบินกลับก่อน แล้วค่อยต่อด้วยทริปอื่น จะเป็นที่ไหน อย่างไร อย่าลืมกลับมาตามอ่านกันนะคะ..

รวมค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้ทั้งค่าที่พัก อาหารการกินและแพคเกจเที่ยวต่างๆ อยู่ที่คนละ 12,xxx บาท ( ขอย้ำว่า Low Season ) แต่ก็ได้ความประทับใจมากถึงแม้ว่าฟ้าจะมืดมัว 90% ก็ตาม เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าเที่ยว สวย สะอาดตา สมฉายาเมืองมรดกโลกที่ได้รับแบบไม่มีที่ติ ถ้ามีโอกาสจะกลับมาอีกครั้งแน่นอนแต่ในฤดูที่แตกต่างจากวันนี้ บ๊ายบาย Bergen !

รวมคลิปสั้นๆในทริปนี้ อย่าลืมติดตามทริปต่อไปของเราสองคนกันนะค๊าาา 🙂

ทริปก่อนหน้านี้ ออสโล 19.02.63-21.02.63 >> คลิ๊กเลย
ต่อจากทริปนี้ ฮังการี 25.02.63-27.02.63 >> คลิ๊กเลย

Recent Content