บุกเมืองผู้ดีปี 2019 ลอนดอนตะลอนเที่ยว

ทริปตะลุยลอนดอน ช่วงวันที่ 22-24 มี.ค.62

สวัดดีทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่านรีวิวนี้นะคะ ผู้เขียนต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่ารีวิวสำหรับทริปนี้จะไม่ค่อยมีสาระเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของลอนดอนสักเท่าไหร่ เพราะเราสายแชะแอนด์ชิวล์แชร์ซะมากกว่า แต่ถ้าหากต้องการข้อมูลสำหรับสถานที่เที่ยวเรามีแนะนำให้ค่ะในรีวิวนี้ 🙂

เริ่มกันเลย..ทริปนี้เรามีสมาชิกทั้งหมด 4 คน โดยเริ่มเดินทางจากสนามบินเวสเทอโรส ประเทศสวีเดน เพื่อไปยัง Stansted Airport เหตุผลที่เราบินมาลงสนามบินนี้เพราะว่าค่าตั๋วเครื่องบินถูกกว่าสนามบินใหญ่อย่าง Heathrow Airport และอีกอย่างหนึ่งคือระยะทางไม่ไกลใช้เวลาบินแค่ 2.30 ชม.ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

พอลงจากเครื่องปุ๊บเราก็รีบเดินดุ่มๆไปที่ ตม. ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย บางคนอาจจะสงสัยว่าเราบินจากสวีเดน แล้วมาลอนดอนต้องใช้วีซ่าอะไรบ้าง ตอบว่าใช้ 2 วีซ่าค่ะ คือ Schengen Visa และ UK VISA พอเรียบร้อยแล้วเราก็ซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเข้าไปในเมืองลอนดอนค่ะ

หน้าตาบัตรผ่านเพื่อเข้ารถไฟก็จะประมาณนี้ เป็นแบบ one way ด้านหลังบัตรกระดาษนี้ก็จะมีบาร์โค้ดสำหรับสแกนเหมือนบัตรรถไฟฟ้าแบบเที่ยวเดียวบ้านเรา

ไปค่ะ พร้อม..ลุย London

เย่ๆๆ และแล้วเราก็มาถึง Liverpool Street Underground Station แล้ว อาการแรกที่เกิดขึ้นคือ งง มึน และตาลายค่ะ คือคนเยอะมาก ก.ไก่ล้านตัว เยอะจริงๆและที่สำคัญคือเราจะหยุดเดินไม่ได้นะคะเพราะเดี๋ยวคนอื่นจะเดินมาชนเรา

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะรีบเดินไปใหน ตัวก็สูง ใหญ่ ขายาว ส่วนเราเล็ก เตี้ย สั้น โอ๊ยย จะหันไปทางใหนก็ตาลาย แต่คนที่นี่เขาก็คงถือเป็นเรื่องปกติของเขาแหละ เป็นเพราะเราเองที่ไม่ชิน 555

ยืนงงกันสักพักจนตั้งสติได้ พวกเราก็เดินไปต่อคิวซื้อบัตร Oyster (Transport for London) เพื่อใช้สำหรับเดินทางไปใหนมาใหน บัตรนี้ต้องเสียเงินสองส่วนคือค่ามัดจำบัตรกับค่าเงินในบัตร แต่สุดท้ายแล้วเราสามารถเอาเงินในบัตรคืนได้นะคะทั้งค่ามัดจำและเงินส่วนที่เหลือในบัตร

หน้าตาบัตร Oyster เป็นแบบนี้ค่ะ เป็นบัตรแข็งเหมือนบัตรรถไฟฟ้าแบบเติมเงินบ้านเรา สะดวกดีเหมาะกับนักท่องเที่ยวอย่างเราเพราะสามารถใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถบัส

ความตื่นเต้นครั้งแรกเมื่อได้เห็นรถไฟใต้ดินของลอนดอนคือ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งรถไฟย้อนยุค ด้วยความที่เป็นรถไฟแคปซูลจริงๆ เล็กมาก แล้วคิดดูว่าฝรั่งเขาเป็นคนรูปต่างใหญ่แล้วต้องเข้าไปในรถไฟอันเล็กแคบ ดูอึดอัดมาก แต่เขาคงชินไปแล้ว และก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะลอนดอนถือว่าเป็นประเทศแรกๆที่มีรถไฟฟ้าใช้ ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เคยมาสัมผัสเท่านี้ก็รู้สึกภูมิใจแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องเบียดนิดหน่อยเพื่อหาที่ยืน อิอิ

มาถึงลอนดอนทั้งที ก็ต้องถ่ายรูปกับตู้โทรศัพท์ซินะ ^_*

เนื่องจากเราออกเดินทางช่วงบ่าย พอมาถึงสนามบินก็ต้องต่อรถไฟเข้าเมือง แล้วก็ซื้อบัตรต่อรถไฟไปยังที่พักแถว Height Park อีก ถึงโรงแรมก็มืดค่ำพอดี ได้เวลาหาอาหารลงท้องแล้ว

นี่ค่ะมื้อแรกที่ลอนดอนสำหรับพวกเรา 4 คน Fish&Ship แถว Notting Hill ใกล้ที่พัก เดินตะลอนกันตั้งนานกว่าจะได้กิน อิ่มเปล้กันเลยทีเดียว 🙂

เช้าของวันที่ 23 มี.ค.62 ฤกษ์งามยามดีแต่ท้องฟ้าไม่เป็นใจ.. แอบเสียดายนิดๆที่ไม่ได้ภาพสวยๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะถือว่าเป็นบุญตาที่ได้มาเห็น จุดแรก Tower Bridge ผ่านเลนส์กล้อง มุมมองระยะไกล

ทั้งสีน้ำและท้องฟ้า ช่างน่ารักจริงๆ..ภาพออกมาก็จะประมาณนี้ อิอิ

ขยับมาใกล้อีกนิด ชิดๆขอบสะพาน สวยดีค่ะ คนมาถ่ายรูปกันเยอะเลย ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยว มาถึงที่นี่ทั้งทีก็ต้องเก็บภาพไว้เพื่อเตือนความทรงจำกันหน่อยโน๊ะ

จุดที่ 2 (อยู่ติดกันนี่แหละ) Tower of London ได้ยินว่าค่าเข้าชมแพง เราก็เลยเดินถ่ายรูปแค่รอบๆพอ ตามประสาคนงบน้อย อิอิ

จุดที่ 3 London Eye มองไกลๆก็ไม่ต่างจากเอเชียทีคบ้านเรา แต่ถ้าไม่มาถ่ายรูปด้วยก็กลัวจะโดนแซวว่ามาไม่ถึงลอนดอน

จุดที่ 4 Big Ben มีคนใจดีถ่ายรูปให้ ภาพนี้ก็เลยครบทีม 4 คน ซึ่งมีนาฬิกาอันใหญ่เป็นฉากหลัง และแน่นอนว่ามันใหญ่กว่าปกติจริงๆเพราะกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง ซ่อมแซม คนอื่นอาจจะได้รูปสวย แต่สำหรับพวกเรานี่คือสวยสุด ณ. จุดนี้ 555

จุดที่ 5 Buckingham Palace ก็มีนั่งพักกันบ้าง พอหายเหนื่อยก็ไปต่อ ด้วยความที่เรามีเวลาจำกัด บ่ายแก่ๆก็มาจอดที่พระราชวังบักกิงแฮม ผู้คนเยอะมาก จะถ่ายรูปยังไงให้สวย ยากค่ะ เพราะพระราชวังใหญ่มาก ก็เลยได้ภาพเท่าที่เห็น

จุดที่ 6 Green Park แวะ พัก เติมพลังด้วยไอติมและกาแฟกันหน่อย ชอบสวนนี้มากเลย มีดอกซากุระ ดอกไม้ที่ขึ้นเองตามพื้นหญ้าและเป็ดชมพู สวนนี้อยู่ใกล้กับพระราชวังบักกิงแฮมค่ะ หลังจากถ่ายรูปหน้าพระราชวังเสร็จก็อย่าลืมมาแวะสูดอากาศดีๆที่นี่กันนะคะ

หมดไปอีก 1 วันเต็มๆ เที่ยวจนอิ่ม กลับมานอนสลบเพราะเดินเยอะมาก กลับมาเก็บแรงเพื่อเดินต่อในวันพรุ่งนี้ ฝันดีลอนดอน..

ตอนสายๆ ของวันที่ 24 มี.ค.62 ณ.ย่าน
 Regent Street + Oxford street ไม่มาไม่ได้แล้ว ถือว่าพลาดเป็นอย่างแรงถ้าใครมาลอนดอนแล้วไม่ได้มาที่นี่ เพราะนี่คือแหล่งช้อปปิ้งที่โด่งดังของลอนดอนจ้าาา

มีสินค้าแบรนด์เนมเยอะมาก เลือกเอาเลยว่าจะเดินเข้าตึกใหน ส่วนเราตาลาย ขอแค่มองก็มีความสุขแล้ว อิอิ

สุดท้ายได้มาปักหมุดที่นี่ร้านของเล่นที่มีชื่อเสียง ร้าน Hamleys ยกนิ้วโป้งให้เลยค่ะ เข้าไปแล้วหลงมีแต่ของน่ารัก น่าเล่น น่าหิ้วกลับมาบ้านเยอะๆ แต่พอก้มมองกระเป๋าตังค์แล้ว ขอแค่ตุ๊กตา 1 ตัวกับถุงแฮมเล่ย์ไว้เป็นที่ระลึกอีก 1 ใบพอค่ะ หุหุ

ใหนๆก็มาถึงลอนดอนแล้ว จบจากย่านโซโฮ ขอแวะไปชมห้างแฮร์รอดแป๊บ โชคดีอีกแล้วค่าาา..กำลังปรับปรุงภายนอกอาคาร ภาพที่เห็นก็เลยเป็นแบบนี้กันไป ไม่ต่างจาก Big Ben เลย แฮะๆ

ที่ตรงนี้ ตรงที่มีผู้คนเยอะแยะ เดินพลุกพล่านทั้งกลางวันและกลางคืน นั่นคือ Piccadilly Circus มีทีวีจอยักษ์อยู่ด้วย ใหญ่อลังการ

อันนี้คนจริงนะคะ อย่าเผลอไปชนเขาเชียว เดี๋ยวล้มไม่เป็นท่า อิอิ

นอกจาก Hop on Hop off ของ Big Bus Tour อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นลอนดอนก็คงจะเป็น Red Bus นี่แหละ มีอยู่ทุกจุดทุกมุมของถนนจริงๆ

ตู้โทรศัพท์ในดวงใจ อย่าลืมติดซื้อติดตัวมาเพื่อเก็บเป็นของที่ระลึกกันนะคะ มีขายเยอะแยะเลยตามร้านของฝาก

เก๋ไก๋กันเลยทีเดียว พี่เขาเป็นแท็กซี่นะคะ เทียบกับบ้านเราก็น่าจะรถตุ๊กๆ น่ารักดีค่ะ

จบโปรแกรมเที่ยวฉบับเร่งรีบ เรียกง่ายๆว่าทัวร์โฉบ สนุก มันส์ ฮา มีครบทุกรสชาติ สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ
1.เรื่องโรงแรมที่พัก ควรจะเช็คข้อมูลดูเยอะๆจากหลายๆเวปก่อนตัดสินใจจองถ้าหากไม่อยากเฟลเหมือนพวกเรา เพราะค่าโรงแรมที่นี่ค่อนข้างแพง นี่ขนาดจ่ายไป 4 ดาว ไม่ได้เรื่องเลย ถ้าเที่ยบกับที่ไทยก็คงจะแบบโรงแรม 2 ดาวได้
2.ราคาอาหารถือว่าแพง แล้วก็ไม่ค่อยอร่อย แนะนำว่ากินแบบง่ายๆจะดีกว่าสำหรับคนที่ต้องการประหยัดงบตรงจุดนี้
3.ภาษาอังกฤษต้องได้ในระดับหนึ่งนะคะถ้าคิดว่าจะมาเที่ยวลอนดอน เพราะที่นี่สำเนียงเขาจะไปอีกขั้น 555 ฟังไปฟังมาก็สนุกและเพราะดีค่ะ
4.บัตรรถไฟฟ้า Oyster ถ้าซื้อแล้วต้องใช้ให้คุ้มเพราะแค่ราคามัดจำก็แพงแล้ว เส้นทางเดินรถก็เยอะ ถ้าไม่อยากเสียเวลาควรศึกษาเส้นทางดีๆ เพราะถ้าหลงแล้วก็อาจทำให้แพลนเที่ยวเปลี่ยน

ขอให้สนุกกับการเที่ยวลอนดอนนะคะ ถ้าหากมีคำถามค้างคาใจ พิมพ์ไว้ในคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ 🙂


มีทริปต่อจากลอนดอนด้วยนะคะ
วันที่ 22-24 มีนาคม 62 ทริปลอนดอน (ทริปเริ่มต้นการเดินทาง)
วันที่ 25 มีนาคม 62 วันเดียวเที่ยวเบลเยียม (ระหว่างทาง กลางทริป)
วันที่ 26-27 มีนาคม 62 ทริปเนเธอแลนด์ (ทริปปิดท้าย ประทับใจมาก)

Leave a Reply