[รีวิว]น้ำตกทีลอซู (Thi Lo Su Waterfall) ทริป 3 วัน 2 คืนฟินเว่อร์

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ประโยคนี้ยังคงใช้ได้จริงกับน้ำตกทีลอซู แต่จะว่าไปแล้วเรื่องราวระหว่างทางก็สำคัญพอๆกับจุดหมายปลายทางเพราะเราจะไม่มีวันเจอเป้าหมายถ้าไม่มีการเริ่มต้น ทริปนี้เป็นกล่องความทรงจำที่ดีมากสำหรับผู้เขียนเอง บอกเลยว่าความประทับใจล้นหลาม ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวที่พวกเราพบเจอเป็นยังไงบ้าง ตามมาค่ะ..>>

23/01/63 จุดเริ่มต้น ณ.สถานีขนส่งหมอชิต ทริปนี้เรามีสมาชิกรวม 5 คน (หญิง 4 / ชาย 1) ช่วงระหว่างวันที่ 23-27 มค.2563 ถ้าดูจากวันที่รวมแล้วคือ 5 วัน แต่ชื่อทริปบอกว่า 3 วัน 2 คืน สงสัยกันมั๊ยคะว่าทำไม ?
เฉลย : เพราะพวกเราเดินทางกันคืนวันที่ 23 เวลา 21.00 น. และเดินทางกลับวันที่ 26 เวลา 21.00 น. ทำให้กลับมาถึง กทม.ราวๆตี 5 ของวันที่ 27 นั่นเองค่ะ

24/01/63 กทม.-แม่สอด ใช้เวลาเดินทาง 8 ชม.รถทัวร์จอดพักครึ่งทางที่ จ.กำแพงเพชร มาถึงแม่สอดก็ราวๆตี 5 ที่นี่อากาศเย็น ผู้คนพลุกพล่าน (เพื่อนบ้านทั้งนั้นจ้า)

เย่ๆ..เจอป้ายสถานีถัดไปของพวกเราแล้ว >>อุ้มผาง แต่เราจะต้องรอจนถึง 7.30 น.เพราะเป็นคิวแรกสุดของวัน

ล้อหมุนจากแม่สอดไปอุ้มผางวันละ 7 เที่ยวตามภาพเลยค่ะ แต่ถ้าเที่ยวไหนคนเยอะ รถก็อาจจะออกก่อนเวลา เช่นเดียวกับเที่ยวที่เราขึ้น 6 โมงกว่าๆล้อหมุนเพราะคนเยอะมาก

ด้วยระยะทางกว่า 174 กม.จากแม่สอด-อุ้มผาง ซึ่งเส้นทางเป็นภูเขาและโค้งซะส่วนใหญ่ ทำให้การเดินทางนั้นยืดยาวถึง 5 ชม. เพื่อพิชิต 1,219 โค้ง มีแวะพักครึ่งทางเพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย เข้าห้องน้ำ ทานอาหาร

ด้วยสภาพอากาศที่เย็นในช่วงเช้าทำให้ได้เห็นสภาพการนั่งรถสองแถวของสาวๆเป็นเช่นนี้แล

ดอกเสี้ยวทัวร์ คือจุดหมายแรกของเราในวันนี้ พอรู้ว่ามาถึงแล้วดีใจมาก รวมแล้วพวกเรานั่งรถ 2 ต่อ โดยใช้เวลาราวๆ 13 ชั่วโมง เป็นการนั่งรถที่ยาวนานที่สุดในชีวิตแล้วสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบ Adventure บอกเลยว่าดอยหลวงเชียงดาว ดอยม่อนจอง ภูสอยดาว ภูกระดึงและทุกที่ที่เคยไปไม่มีที่ใหนนั่งรถนานขนาดนี้ ^^

บริเวณหน้าห้องพักเป็นบ้านไม้สวยแบบเรียบง่าย แต่คืนนี้เรายังไม่ได้พักที่นี่นะคะ ตามแพคเกจคืนแรกคือนอนเต็นท์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

อาหารมื้อเที่ยงของวันที่ 24 เติมพลังก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม เมนูบ้านๆแต่รสชาติระดับภัตราคารเชียวน๊า

กิจกรรมแรก..ล่องเรือ (ล่องแก่งยาง)ชมธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำ หน้าตาบ่งบอกว่าพร้อมลุย..!

เนื่องจากช่วงที่เรามานี้เป็นช่วงที่น้ำเริ่มน้อยและนักท่องเที่ยวก็เริ่มบางตา แต่โชคดีว่าทริปนี้เรามีเพื่อนร่วมทางด้วยอีก 1 กลุ่มที่มากัน 4 คน รวมกับกลุ่มของเราก็เป็น 9 คน ความรู้สึกคือกำลังดี คนไม่เยอะ ไม่วุ่นวาย นั่งรถกระบะ 1 คันได้สบาย

ด้วยระยะทางกว่า 40-50 กม. (ทางน้ำ) ทำให้ต้องใช้เวลานานถึง 3 ชม. เป็นการล่องเรือที่นานที่สุดในชีวิต (จริงๆ) สองฝั่งแม่น้ำมีอะไรใช้ชมตลอดเส้นทาง บ้างก็หน้าผาสูง บ้างก็นกบิน ใหนจะน้ำตกเล็ๆน้อยๆอีก สวยงามและประทับใจมาก

ล่องเรือมาได้ประมาณ 1 ชม.ก็มีจุดให้แวะพักและแช่น้ำอุ่นจากธรรมชาติ เป็นน้ำร้อนที่ผุดขึ้นมาเองจากใต้พื้นดินเชียวนะ จริงๆที่นี่มีร้านขายของด้วยพวกน้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยว แต่เนื่องจากว่าเรามาถึงกันช้าไป ร้านปิดก่อนเลยไม่ได้อุดหนุนพ่อค้าแม่ค้า

การมาล่องเรือชิวล์ๆ นี้ก็ดีไปอีกแบบ ได้มีเวลาละสายตาจากหน้าคอมหรืองานที่ยุ่งเหยิงเพื่อหันมามองธรรมชาติเขียวๆสบายตา เรียกได้ว่าเป็นอาหารตาชั้นยอดเลยแหละ

บ่าย 2 โมง- 5 โมงเย็นเศษๆ หมดเวลาของการล่องแก่ง ปลายทางมีรถมารอรับพวกเราเพื่อไปต่อยังจุดกางเต็นท์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ด้วยระยะทางอีก 11 กม.ทนตูดชากันอีกนิดนะทุกคน (นี่ยังไม่จบกับการนั่งรถอีกนะ..ยาวๆไป)

ดีใจได้เห็นที่นอนสำหรับคืนนี้แล้ว โชคดีที่เราไม่ต้องกางเต็นท์เองเพราะไกด์กับพี่โชเฟอร์เขาเป็นคนจัดการให้ ถ้าได้กางเองคืนนี้คงไม่ได้นอน 555

อาหารบ้านๆท่ามกลางแสงเทียนและดวงดาว น้ำพริก ผัดผัก แกงหน่อไม้ ต้มจืดและไข่เจียว เป็นอะไรที่ฟินมากและกินได้เยอะมากๆๆ (เติมหลายรอบ) เพราะอร่อย อิอิ

กลางคืนไม่มีอะไรทำก็มานั่งดูดาวกันค่ะ ดวงดาวที่นี่ไม่มีอาย ไม่มีซ่อนตัว ทำให้มองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้ชัดเจน ยิ่งดึกก็ยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยสภาพอากาศที่เป็นใจบวกกับร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการนั่งรถ ลงเรือ ผจญภัย ทำให้หลับใหลไปอย่างรวดเร็ว สองทุ่มครึ่งหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์

25/01/63 บรรยากาศยามเช้ากับแสงแดดอ่อนๆ สูดอากาศได้เต็มปอดเพราะที่นี่ไม่มีฝุ่นพิษเหมือนเมืองกรุง

วันนี้ซินะ ที่พวกเราจะได้เจอ “ราชาแห่งน้ำตก” อีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้เราก็จะได้เห็นน้ำตกทีลอซูกันแล้ว หลังจากที่มานอนเฝ้ากันทั้งคืน แต่ก่อนอื่นมาเติมพลังด้วยข้าวต้มยามเช้ากันดีกว่า

กล้องพร้อม กายพร้อมและใจพร้อม เริ่มกันเล๊ยย..ระยะทาง 1.5 กม.เอง ตามมาค่ะ

ป้ายบอกระยะทางมีด้วยกัน 3 จุด ทุก 500 เมตร ทางเท้าที่เดินก็สะดวกมากเพราะเทปูนคอนกรีตตลอดเส้นทางจนถึงน้ำตก

ธรรมชาติสรรสร้าง ต้นไม้เล็กใหญ่ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้หมดไม่มีแบ่งแยก (มีแต่แบ่งปัน)

แม้แต่รากต้นไม้ก็ยังดูสมบูรณ์และแข็งแรงเอามากๆเลย ลองเข้าไปยืนใกล้ๆแล้วทำเราตัวเล็กไปเลย

รับรองว่าคุณจะไม่หลงทางเพราะมีป้ายกำกับไว้ตลอด ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ยังมีเรี่ยวแรงดีก็สามารถเดินได้ไม่ลำบากเลย จินตนาการว่ามาเดินออกกำลังกาย

บรรยากาศริมทางสำหรับเรียกน้ำย่อยก่อนที่จะไปเห็นของจริง คือเท่านี้ก็ว๊าวแล้วอ่ะ !

แอบส่องดูความใสของน้ำ แต่ปรากฏว่าน้ำเย็นเจี๊ยบเลย

ใกล้จะได้เห็นความจริงแล้วค่ะ จุดหมายปลายทางที่ใครหลายๆคนฝันอยากจะมาให้ได้สักครั้งในชีวิตรวมถึงตัวเราเองด้วย

เหล่าสมาชิกต่างก็ตื่นเต้นกันสุดๆ เพราะเป็นครั้งแรกของทุกคน

แว็บแรกที่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่รีรอที่จะเก็บมุมนี้ไว้ในความทรงจำผ่านภาพถ่าย คือไม่รู้ว่าจะพูดหรืออธิบายยังไงให้ทุกคนรู้ว่ามันสวย สวยมากๆ ความเหน็ดเหนื่อยของเมื่อวานแทบหายเป็นปลิดทิ้งกันเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็สวยไปหมด ยิ่งตอนที่ยืนต่อหน้าน้ำตกและมีลมมากระทบสายน้ำทำให้ใบหน้าเปียกนี่ยิ่งชุ่มฉ่ำหัวใจ เกินจะบรรยายจริงๆ (ไม่ลองไม่รู้นะ)

ด้วยความที่น้ำตกมีหลายชั้น บางจุดบางมุมน้ำก็จะลึกและอันตราย ถ้าคุณได้ไปเยือนแนะนำให้ระวังและสังเกตดีๆด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัย

ถึงแม้ช่วงนี้น้ำจะเริ่มน้อยแล้ว แต่ทุกมุมก็ยังสวยอยู่ดี “น้ำตกทีลอซู” ท่องชื่อนี้ไว้ให้ขึ้นใจและอย่าลืมมาสัมผัสกันนะคะ ร่วม 3 ชั่วโมงกับการเสพสมสุขที่น้ำตกแห่งนี้ รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวมาก ได้เวลาเดินกลับไปที่เขตฯ แล้วซินะ แต่โปรแกรมยังไม่จบเพียงเท่านี้ เรายังมีอีกหลายจุดเช็คอินรออยู่..ตามมาค่ะ

พอออกมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางแล้ว พี่โชเฟอร์ก็มุ่งหน้าพาพวกเรามากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดหนองหลวง จุดเด่นของวัดนี้คือโบสถ์เป็นไม้สักทองทั้งหลัง สวยงามมาก

บริเวณด้านในโบสถ์ดูสว่างด้วยแสงสะท้อนจากไม้สักทอง เป็นบุญที่ได้มาเยี่ยมชม พอจบจากวัดแล้วเราจะพาทุกคนไปต่อที่ถ้ำกันนะคะ

ถ้ำตะโคะบิ๊ ที่นี่มีไกด์น้อยนำเที่ยวด้วยนะ ซึ่งเป็นน้องๆนักเรียนในท้องถิ่น ที่จริงถ้ำนี้มีความยาวมากและสามารถเดินทะลุไปอีกฝั่งนึงได้ แต่ในที่นี้เขาเปิดให้เข้าชมข้างในได้แค่ 250 เมตร เพราะข้างในมืดมากเข้าไปลึกเกรงว่าจะมีอันตราย

ขนาดเข้าไปเท่านี้ยังสัมผัสได้ถึงความเย็น โชคดีว่าอากาศข้างในปลอดโปร่ง ไม่ค่อยมีกลิ่นขี้ค้างคาวสักเท่าไหร่ ใช้เวลาที่นี่ราวๆครึ่งชั่วโมง แล้วพวกเราก็ออกเดินทางต่อ

ตอนที่อยู่น้ำตกรู้สึกเวลาเดินไวเพราะเราเพลิดเพลินมาก แต่พอมาถึงตอนนี้รู้สึกว่าทำไมเวลามันเดินช้าจัง ถ้ายังไม่ค่ำก็ยังไม่ได้กลับรีสอร์ท..ไกด์กล่าว หุหุ มาต่อกันค่ะ

“วังปลาปุง” คือมีปลาปุง(ชื่อปลาอาจจะเพี้ยนตามภาษาของแต่ละท้องถิ่น)เยอะมากและใหญ่มาก ให้อาหารเพลินเลยแต่คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าตัวเองตกลงไปแล้วปลาจะกระเจิงหนีกันขนาดไหน 555

เสร็จสิ้นภารกิจพิชิตน้ำตกทีลอซู วัด ถ้ำและวังปลาปุง หมดวันไปด้วยความสุข สนุกสนาน อิ่มตาตื่นใจกันถ้วนหน้า ถึงเวลาพักผ่อนเพื่อเก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ ที่พักคืนที่ 2 รีสอร์ทดอกเสี้ยวทัวร์

26/01/63 ตี 5 ถึงเวลานัด ไกด์จะพาพวกเราขึ้นดอยเพื่อไปชมทะเลหมอก เนื่องจากช่วงนี้เลยหน้าฝนไปแล้วทำให้เห็นหมอกจางๆ แต่อากาศก็ยังหนาวเย็นอยู่ดี นั่งรับวิตามินดียามเช้ากันไปก่อน

มื้อเช้าอันแสนเรียบง่าย โอวัลติน ปาท่องโก๋และข้าวต้ม ผ่านมื้อเช้านี้ไปเป็นอันว่าจบทริป หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราเองที่จะต้องเดินทางกลับ เนื่องจากขามาต้องนั่งรถสองแถวกันแบบเบียดเสียดมาก ขากลับพวกเราก็เลยตกลงกับเพื่อนร่วมทริปอีกกลุ่มนึงว่าจะเหมารถสองแถวกัน ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน พวกเราเหมารถสองแถวแล้วให้พี่เขาพาไปตลาดริมเมยด้วยในราคา 2,300 บาท ( 9 คน )

สองแถวคันนี้เลยจ้าที่พาพวกเราขึ้น-ลงอุ้มผาง พี่คนขับใจดีและขับรถได้ใจเย็นมาก นั่งแล้วรู้สึกปลอดภัย เนื่องจากถนนเส้นนี้มีรถบรรทุกเยอะและแคบ ไม่แนะนำให้เช่ารถขับเองนะคะถ้าไม่ชินกับเส้นทางแบบนี้

ระหว่างทางขากลับมีจุดเช็คอิน พวกเราหรือจะพลาด..น้ำตกพาเจริญ ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติในอำเภอพบพระ  ช่วงนี้มีน้ำน้อยเลยได้ภาพมาเท่านี้แต่คิดว่าถ้าช่วงน้ำหลากน้ำตกคงสวยกว่านี้เยอะ

“สุดประจิมที่ริมเมย” ตอนนี้เราได้กลับมาถึงแม่สอดกันอีกครั้งแล้ว แวะมาเดินตลาดริมเมยกันแป๊บ

สินค้าที่วางขายก็ไม่ค่อยต่างจากตลาดอื่นๆสักเท่าไหร่ มีเสื้อผ้า ขนม ของใช้ ที่เด่นสุดดูจะเป็นพวกหิน แหวนและกำไลต่างๆ เพราะมีขายแทบจะทุกร้าน

ดอกไม้ประดิษฐ์จากหินหลากสี สวยงามมากค่ะ

เนื่องจากว่าเราจองตั๋วรถทัวร์ขากลับรอบ 21.00 น.แต่กิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นตอน 17.30 น.ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะฆ่าเวลาด้วยการเดินห้างโรบินสัน แต่ก่อนที่เราจะเดินห้างถ้าแบกกระเป๋าเป้เข้าไปก็กระไรอยู่เลยเอาไปฝากที่จุดรับฝากกระเป๋า มีเจ้าหน้าที่คอยบริการอยู่ในขนส่งเลย คิดค่าบริการใบละ 20 บาท (พวกเรามี 6 ใบ แต่คนเก็บตังค์ใจดีคิดที่ 100 บาท)

เอาเพจเกจมาแปะไว้เผื่อคนที่สนใจจะได้พอนึกภาพออกนะคะ ของพวกเราเลือกแพคเกจที่ 1 ในราคา 3,000 บาท/คน คิดๆไปแล้วรู้สึกคุ้มมากกับสิ่งที่ได้รับทั้งหมด บอกเลยว่าราคานี้คือไม่แพงถ้าเทียบกับการบริการที่ได้รับ ถ้าไปกันเองคาดว่าน่าจะเสียเงินมากกว่านี้ 1-2 เท่า

นี่ไง..สมาชิกของเรา 1 2 3 4 5 !

การที่จะได้มาเจอน้ำตกทีลอซูไม่ใช่เรื่องง่ายหรือบังเอิญเพราะทุกอย่างต้องมีการวางแผน ทริปเกือบจะล่มไปแล้วถึงสองครั้งแต่พวกเราก็ยังยืนหยัดที่จะไป ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่น่าจดจำ ถึงแม้จะต่างเพศ ต่างวัย แต่ใจเราชัดเจนเรื่องเที่ยว อิอิ
หวังว่าจะได้ร่วมทริปกับทุกคนอีกนะคะ 🙂

ล่องเรือชมแมกไม้ฟินเว่อร์
คลิปน้ำตกทีลอซู..สวยทุกมุมมอง

Leave a Reply