[รีวิว]แชร์ประสบการณ์เที่ยวมาเก๊า 2D/2N

 สวัดดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนจะมาแชร์ประสบการณ์เที่ยวมาเก๊า ให้ได้อ่านกันนะคะ เผื่อว่าบางท่านกำลังมองหาที่เที่ยวอยู่หรือกำลังต้องการจัดทริปแบบสั้นๆแต่ได้บรรยากาศ มาเก๊าก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ท่านได้นะคะ เพราะที่นี่มีดีหลายอย่างเลยถ้าไม่นับคาสิโน รับรองว่าทุกท่านไปแล้วต้องติดใจเหมือนผู้เขียนแน่นอนค่ะ

ทริปมาเก๊าแบบมินิมาราธอน 2 วัน 2 คืน จริงๆทริปที่แพลนกันว่าจะไปคือญี่ปุ่น แต่เนื่องจากกำลังทรัพย์ในช่วงนั้นไม่พอก็เลยเปลี่ยนไปมาเก๊าแทน เวลาที่มาเก๊าจะเร็วกว่าไทยเรา 1 ชม.เราขึ้นเครื่องกันช่วงเย็นพอไปถึงนู่นก็สามทุ่มกว่าได้ พอถึงจุดหมายปลายทางปุ๊บ ก็เห็นสายฝนโปรยปราย ฝนตกปรอยๆลมแรงพัดผ่านตัมาทีนึงขนแขน stand up เลยแหละ รู้สึกเย็นสุดๆ แล้วเราก็เลยรีบเดินดิ่งไปยื่นพาสปอร์ตตรง ตม.และรีบโบกแท็กซี่เพื่อไปยังโรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้า

หลังจากเช็คอินที่ Western sun sun https://www.booking.com/hotel/mo/best-western-sun-sun.th.html พร้อมเก็บกระเป๋าเข้าห้องเรียบร้อยแล้วความหิวก็เริ่มก่อตัวเหมือนรู้เวลา เราก็ไม่รอช้ารีบออกเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียง และแล้วเราก็เจอเป้าหมายไกลๆรีบเดินดิ่งไปหน้าร้านอย่างไม่รีรอ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆมีโต๊ะประมาณ 5-6 โต๊ะ โชคดียังเหลือที่ว่างให้เราหนึ่งโต๊ะพอดี เมื่อพนักงานเอาเมนูมาให้เราก็รีบออเดอร์ทันทีเป็นก๋วยเตี๋ยว

หลังจากอิ่มท้องอุ่นกายจากก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยแล้วก็ถึงเวลากลับห้องนอน พักผ่อน เก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ Good night..Zzz

ตื่นเช้ามาอากาศดีมาก มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกจากห้องนอนก็จะเห็นแสงแดดอ่อนๆยามเช้าพร้อมกับวิวทะเลที่มีเรือจอดเทียบท่าเต็มไปหมด เราก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะได้ออกไปเที่ยว

เนื่องจากที่นี่อากาศเย็นกำลังดีที่ 15-16 องศาได้ เช้าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะสังเกตเห็นผู้คนก็จะเดินออกมาจากอพาร์เม้นท์หรือบ้าน แล้วก็เดินกันแบบเร็วมาก แต่ก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะคือเขาจะเดินไปที่สวนสาธารณะกันเพื่ออกกำลังกายค่ะ คือมากันแบบเป็นครอบครัวเลยหรือบางครั้งคนแก่ก็จะพาหลานมาเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย ส่วนเราสองคนก็ยังคงเดินสำรวจตึกราบ้านช่องไปเรื่อยๆตามประสาคนอยากรู้อยากเห็นอะนะ สิ่งที่ชอบที่สุดเมื่อสัมผัสมาเก๊าคือบ้านเมืองเขาสะอาดมากถึงจะเป็นซอกซอยหรือถนนเก่าๆก็ไม่มีเศษขยะให้เห็นเลย

เราเดินมาถึง Senado Square เนื่องจากยังเช้าอยู่ตรงนี้ก็จะดูเงียบๆไม่มีคนซึ่งตรงข้ามกับช่วงกลางคืนที่มีคนเดินพลุกพล่านเต็มไปหมด แวะถ่ายรูปแป๊บนึงแล้วเราก็เดินต่อไป

เดินตรงมาจนถึง Grand Lisboa ซึ่งก็เป็นแหล่งคาสิโนอีกที่นึงที่ผู้คนพลุกพล่านแต่ ณ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ก็เลยไม่มีคนสักเท่าไหร่ พอมาถึงตรงนี้แล้วเราเลยตัดสินใจโบกแท็กซี่ให้พาไปวัดอาม่า

คนที่นี่เขาแทบจะไม่พูดภาษาอังกฤษ เกือบ 90 % เลยก็ว่าได้ เขาจะพูดแต่ภาษาจีนของเขา ถ้าเราอยากจะให้เขาพาไปใหนแนะนำให้หาข้อมูลและรูปภาพในกูเกิ้ลแล้วยื่นให้เขาดูรูป พอเขาตอบโอเค แสดงว่าเขาเข้าใจแล้วนั่นเองค่ะ
ซึ่งเราก็ใช้วิธีนี้ตลอดทริปเลย
พอเดินสำรวจวัดอาม่าพร้อมกราบไหว้เรียบร้อยแล้ว เราก็ไม่รอช้าที่จะไปยังที่เที่ยวอื่นๆอีกหลายจุดโดยอาศัยพี่แท็กซี่เหมือนเดิมและทำเช่นเดิมคืออยากไปที่ใหนก็เอารูปภาพให้พี่เขาดู

Museum of Macau

Ruins of the Cathedral Saint Paul

หมดเรี่ยวแรงไปสำหรับการตะลอนครึ่งเช้า เราก็กลับมางีบเอาแรงที่โรงแรมก่อนเพื่อที่จะได้ไปต่อรอบเย็น รอลุ้นไปพร้อมๆกันนะคะว่าเย็นนี้เราจะพาตะลุยที่ใหนบ้าง แต่ตอนนี้ขอพักแป๊บ…เมื่อยเท้าที่นี่เลยค่ะ เดอะเวเนเชี่ยน ถ้าไม่มาที่นี่แสดงว่ามาไม่ถึงมาเก๊านะคะ ที่นี่ก็จะเป็นบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่มาก รวมถึงเป็นแหล่งช้อปปิ้งของแบรนด์สินค้าต่างๆมากมายและที่สำคัญไม่ควรพลาดเลยคือมีเมืองเวนิชจำลอง ที่มีคนพายเรือ ร้องเพลง ซึ่งเขาก็จะมีขายตั๋วสำหรับนั่งเรือด้วยค่ะ แอบแว๊บดูราคาตั๋วแล้วเราขอเป็นผู้ชมดีกว่า..ราคาแอบแพง

ที่เดอะเวเนเชี่ยนนี้จะมีทางเดินเชื่อมกันทุกตึก รวมถึงทางเดินที่จะไปขึ้นหอไอเฟล ด้วยความอยากรู้เราก็เลยเดินไปตามลูกศรชี้ เดินไปจนถึงหน้าทางเข้าก็จะมีร้านขายของที่ระลึกต่างๆเยอะแยะมากมาย แล้วเราก็เดินไปถึงประตูจำหน่ายบัตร พอชะเง้อดูราคาปุ๊บ..อุ๊บ..งบอาจจะไม่พอถ้าจะขึ้นไปบนหอไอเฟล ก็เลยพากันถอยทัพกลับมา และได้แค่ถ่ายรูปตอนนั่งรถผ่าน…

เรายังไม่จบแค่นั้นหลังจากนั่งแท็กซี่ออกจากเวเนเชี่ยนเวลาก็ประมาณ สองทุ่มกว่าๆเราก็มาเดินที่ Senado Square อีกครั้ง มารอบนี้คนเยอะมาก ซึ่งต่างจากเมื่อเช้ามาก ส่วนมากจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์ บ้างก็มาเดินเที่ยว บ้างก็มีลากประเป๋ามาเหมือนแวะมาซื้อของก่อนกลับอะไรยังงั้น
พอเราเดินฝ่าฝูงชนไปสักพักก็เจอกับ Dominic’s Church ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สวยงาม สีเหลืองอร่าม ผู้คนก็นิยมมาถ่ายรูปหน้าโบสถ์กัน เราก็เดินไปถ่ายรูปบ้างเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์แล้วก็เดินเข้าไปดูข้างใน ภายในมีลักษณะโล่งกว้างที่นั่งค่อนข้างเยอะ

พอชมโบสถ์ ถ่ายรูป เรียบร้อยแล้วเราเลยตัดสินใจกลับที่พัก เก็บแรงสำหรับพรุ่งนี้อีกวัน วันแรกก็เที่ยวถึงกับขาลากกันเลยทีเดียว..เช้าวันอาทิตย์..กิจวัตรตอนเช้าเหมือนเดิม รีบอาบน้ำ แต่งตัว ที่สำคัญเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเพื่อที่จะเตรียมเช็คเอาท์ทีเดียวเลย เช็คเอาท์เสร็จเราก็ฝากกระเป๋าไว้ที่เคาเตอร์ต่อเลยเพื่อที่จะได้เที่ยวอย่างสะดวกสบายอีกครึ่งวัน ก่อนที่จะไปสนามบินในบ่ายแก่ๆ
เปิดอากู๋ดูสถานที่เที่ยวแป๊บนึงเราก็ได้สถานที่มาแล้ว นั่นก็คือ Macau Fisherman’s Wharf เดินออกจากโรงแรมไปประมาณ 200 เมตร ก็ถึงถนนใหญ่มีรถเมล์ผ่าน เราก็อาศัยพี่แท็กซี่เหมือนเดิมค่ะ พอเอารูปให้ดูปุ๊บประมาณ 20 นาทีเศษๆพี่เขาก็พาเรามาถึงจุดหมาย  Macau Fisherman’s Wharf มองเข้าไปข้างในแว๊บแรกสวยมาก แล้วก็ไม่ผิดหวังข้างในคือความรู้สึกเหมือนกลิ่นอายตะวันตกแบบโบราณ เพราะที่นี่เขาได้รับอิทธิพลจากยุโรป มีมินิโคลอสเซียมที่สวยมาก

หลังจากเดินชมความสวยงามของ Macau Fisherman’s Wharf เสร็จแล้วเราก็นั่งแท็กซี่กลับมาที่โรงแรม แล้วก็เดินไปที่ Ruins of the Cathedral Saint Paul เพื่อหาซื้อของฝากค่ะ ของขึ้นชื่อที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คงจะหนีไม่พ้นทาร์ตไข่และหมูแผ่น เป็นที่นิยมมากและมีขายเยอะมากด้วยเกือบทุกร้าน เราก็เดินชิมจนอิ่มพร้อมกับของฝากติดไม้ติดมือมาด้วย
ระหว่างทางเดินกลับไปที่โรงแรมเราก็ได้เดินลัดเลาะตามซอกซอย ก็ไปเจอร้านไอติมทอดอยู่ร้านหนึ่ง หน้าตาน่าทานมากเราก็เลยแวะและลอง ฟินค่ะอร่อยสมกับหน้าตา..

อิ่มท้องได้ของฝากแล้วถือว่าจบทริปกลับบ้านได้ หยิบตังเหรียญที่เหลือในกระเป๋ามานับเพื่อเป็นค่าแท็กซี่ไปสนามบิน ใจตุ้มๆต่อมๆกลัวเงินจะเหลือไม่พอ แต่ในที่สุดก็รอดถึงสนามบินอย่างปลอดภัย พร้อมกับเงินที่เหลืออยู่ในมือ 2 เหรียญดอลลาร์ฮ่องกง
สรุปค่าใช้จ่ายสั้นๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 บาท/คน ดังนี้ค่ะ
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 4,xxx บาท/คน
ค่าที่พัก 2 คืน 2,000 บาท/คน (ไม่รวมอาหารเช้า ไปหากินเองถูกปากกว่า)
ค่ากิน เที่ยว ช้อปปิ้ง ของฝาก 4,xxx บาท/คน
จบอย่างสวยงาม กลับมาถึงไทยอย่างชื่นมื่นด้วยเวลา 4 ทุ่มกว่าๆของบ้านเรา กลับไปนอนสลบเพื่อลุยงานต่อพรุ่งนี้กันค๊า

Leave a Reply