[รีวิว]การทำ ICSI ที่ Smart Fertility กับคุณหมอวิสันต์ เสรีภาพงศ์


“คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า” ยังคงเป็นคำสุภาษิตที่ใช้ได้ตลอดกาลและหลายโอกาส รวมถึงตัวผู้เขียนเองกับประสบการณ์อันล้ำค่าในครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน จะด้วยอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีลูกได้ช้าและยากกว่าคนอื่นแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหมดหนทางไปเลยซะทีเดียว เพราะเดี๋ยวนี้เราอยู่ในยุคของเทคโนโลยี ความก้าวล้ำต่างๆย่อมส่งผลดีถ้าเรารู้จักใช้ให้ถูกทาง

บอกก่อนนะคะว่ารีวิวการทำ ICSI นี้ตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นไอเดียและแนวทางสำหรับท่านผู้อ่านที่มีปัญหาเดียวกันเหมือนกับผู้เขียน ไม่ได้หวังหรือมีเจตนาที่จะช่วยคลีนิคทำการตลาดใดๆทั้งสิ้น แล้วก็คิดว่าทางคลีนิคคงไม่จำเป็นที่จะออกมาโปรโมทหรือขายของมากมายเพราะปกติแล้วลูกค้าเดินเข้าออกคลีนิคเยอะแยะไปหมดเกือบเหมือนโรงพยาบาลทั่วไปเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้คงต้องยกความเก่ง ความน่ารักและความเอาใจใส่ในการบริการให้กับคุณหมอ พยาบาลและพี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะคะ เพราะผู้เขียนเองก็รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่มารับการบริการ

ภาพ : คุณหมอคนเก่ง ใจดี มือเบาสุดๆ

15.07.63 เริ่มจากเหตุผลที่ผู้เขียนได้ตัดสินใจและโทรสอบถามข้อมูลจากคลีนิคนี้เนื่องจากว่ามีคนรู้จักเขาเคยไปทำแล้วก็ได้ลูกเลยครั้งเดียวติด ด้วยความที่เราก็ลุ้น รอ มา 2-3 ปีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าลูกจะมาเหมือนคนอื่นเขา เลยปรึกษากับแฟนว่าเราลองดีมั๊ย ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมาย พอได้ข้อมูลเบอร์ติดต่อของคลีนิคเราก็เลยโทรไป พยาบาลก็แจ้งว่าต้องนัดวัน เวลาเข้าปรึกษากับคุณหมอและต้องเป็นวันที่ประจำเดือนมาวันแรกหรือวันที่สองก็ได้ (ซึ่งเราเองก็พึ่งรู้) แต่ความโชคดีคือประจำเดือนมาวันแรกพอดี ก็เลยขอทำนัดวันถัดไปทันที (อะไรจะโชคดีขนาดนี้ โป๊ะเช๊ะยังกับสายฟ้าฟาด ดวงจะได้เสียเงิน 555++)

ภาพ : อธิบายขั้นตอนของ ICSI

16.07.63 วันต่อมาก็ได้เข้ารับการปรึกษากับคุณหมอตามนัด ฟังคำอธิบายและเลือกวิธีของการทำ แต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันไม่มาก (แต่ราคานั้นเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน) คู่ของเราเลือกวิธีการทำแบบ ICSI ตามขั้นตอนด้านบนนี้นะคะ รอบนี้คุณหมอก็จะให้ผู้หญิงเจาะเลือดเพื่อดูความเข้มข้น อัลตร้าซาวด์ดูไข่ว่ามีกี่ใบ(เจอ 11 ใบ) ส่วนผู้ชายเก็บสเปิร์มฉีดสีเพื่อดูความแข็งแรงของตัวอ่อนและหาความผิดปกติของทั้งคู่ ผลปรากฏว่าเราทั้งสองไม่มีอะไรผิดปกติ คุณหมอจึงให้ยาบำรุงมาทานกันทั้งสองคน พิเศษของผู้หญิงคือต้องฉีดยา(ตรงท้อง) เพื่อกระตุ้นไข่ด้วย

ภาพ : ยา ยาและยา เห็นแล้วต้องกุมหน้าผากเบาๆสำหรับคนที่ไม่ชอบทานยาเหมือนเรา

20.07.63 พบคุณหมอตามนัดเพื่อติดตามพัฒนาการของไข่ ร่างกายตอบสนองดีจนมีไข่เพิ่มมาจากรอบที่แล้วรวมเป็น 19 ใบ คุณหมอก็ให้ฉีดยากระตุ้นไข่เหมือนเดิม พร้อมกับทานยาระงับการเติบโตสำหรับไข่ใบที่โตเต็มที่แล้ว (ที่มาของยาสั่งได้ ยอมรับว่าเทคโนโลยีและความเก่งของคนในวงการแพทย์นี้สุดยอดจริงๆ)

24.07.63 ติดตามพัฒนาการของไข่และจำนวนเหมือนเดิม รอบนี้มีไข่เพิ่มมาเยอะมาก คุณหมอนับรวมแล้วทั้งสองฝั่งซ้าย ขวา ได้มา 36 ใบ (แอบสงสารคุณหมอนับไข่จนเหนื่อย อิอิ) ความพิเศษของรอบนี้คือคุณหมอจะแจ้งว่าไข่ที่พร้อมเก็บมีประมาณกี่ใบและนัดวันเก็บไข่เพื่อจะเอามาผสมกับสเปิร์มตามขั้นตอน แต่ก่อนที่เราจะมาเก็บไข่ได้นั้นต้องมีการตรวจฉี่เองที่บ้านก่อนดูว่าผลฉี่ของเราขึ้น 2 ขีดรึเปล่า เหมือนที่คนท้องทั่วไปใช้ตรวจกัน(ของผู้เขียนก็ตามภาพเลยจ้า) เท่านั้นยังไม่พอเพื่อความชัวร์พอไปถึงคลีนิคเราก็ต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจให้ชัวร์อีกรอบว่าไข่สุกจริงๆ เมื่อผลทั้งสองอย่างออกมาตรงกันก็สามารถนัดวันเก็บไข่ได้เลย

ภาพ : ผลตรวจการตกไข่ (ตรวจเองที่บ้าน)

แต่เดี๋ยวก่อน !! กว่าเราจะผ่านมาได้ในแต่ละวัน แต่ละขั้นตอนของการทำ ICSI นั้นบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย เราจะได้ยาหลายอย่างมากมาทาน มาฉีดเองที่บ้าน(ช่วงแรก) ยาทาหน้าท้อง แถมยังมียาสอดในช่องคลอดด้วย คือบอกเลยว่าเราต้องมีวินัยในการกินยา และขยันที่จะอดทนให้เพียงพอเพื่อทานยาตามเวลาที่คุณหมอสั่ง ซึ่งเขาก็จะมีตารางให้ตามภาพตัวอย่างด้านล่างนี้ เราจะมีเทคนิคหรือวิธีของตัวเองยังไงก็ได้เพื่อที่จะให้ไม่ลืมทานยา (เพราะมันเยอะจริงๆ แถมมีการสลับปรับเปลี่ยนด้วย)

26.07.63 วันเก็บไข่ เก็บสเปิร์มมาถึงแล้ววว..แอบกังวล แอบกลัวเพราะวันนี้จะได้ดมยาสลบ เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่จะได้ดมยา อะไรที่ไม่เคยทำก็ได้ทำหมดจนรู้สึกว่ามันคือความทุ่มเทจริงๆ ในส่วนของผู้ชายขั้นตอนน้อยมากตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้และถ้าเก็บสเปิร์มเสร็จคือจบแล้ว เขาไม่มีอะไรต้องทำแล้ว แต่ในส่วนของผู้หญิงคือเหมือนเพิ่งเริ่ม ขั้นตอนการเก็บไข่ของผู้หญิงนี้พยาบาลแจ้งว่าใช้เวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งแน่นอนว่าเราคงจะไม่รู้ตัวหรอกตอนนั้นว่าเขาทำอะไรบ้างเพราะเราสลบอยู่ ก่อนหลับตาลงแอบดูนาฬิกาคือเวลา 12.25 น. พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงในห้องพักแล้ว คว้าโทรศัพท์มาดูก็ 12.50 น. สักพักพยาบาลเดินมาดูแล้วทักว่าคนไข้ฟื้นเร็วมากค่ะ เขายังไม่ให้ไปไหน ให้นอนพักต่อจนครบ 2 ชม.ถึงจะกลับบ้านได้ ความรู้สึกหลังจากการเอาไข่ออกคือปวดท้องนิดๆเหมือนเวลาเป็นประจำเดือนแล้วหน่วงๆท้องสำหรับเรานะ แต่บางคนอาจจะรู้สึกเจ็บมากกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย พยาบาลก็เลยเอายาแก้ปวดให้ทานแล้วแจ้งว่าเก็บไข่ได้ทั้งหมด 15 ใบนะคะ

ภาพ : ไข่ 2 ใบ (ที่สวยที่สุด..คุณหมอกล่าว) ที่จะใส่คืนไปในมดลูกค่ะ

27.07.63 หลังจากเก็บไข่ไปเมื่อวาน จนท.ห้องแลปได้ทำการผสมระหว่างไข่กับสเปิร์ม วันถัดมาพยาบาลก็โทรมาแจ้งว่า ไข่เก็บมาได้ 15 ใบแต่สมบูรณ์จริง 14 ใบ และหลังจากผสมกับสเปิร์มแล้วไม่มีการพัฒนาต่ออีก 2 ใบ สรุปก็จะเหลือไข่ที่สวยๆและพร้อมใช้งานอยู่ 12 ใบ ซึ่งยังถือว่าเยอะมาก เพราะบางคนมาถึงจุดนี้อาจจะเหลือไข่แค่ 1-2 ใบก็มีที่สามารถใช้ได้ แต่ยังไม่จบเท่านี้ค่ะ ไข่ที่ได้ทั้ง 12 ใบต้องเลี้ยงต่อและดูพัฒนาการไปเรื่อยๆจนครบกำหนด 3 วัน และ 5 วัน สรุปไข่ทั้ง 12 ใบโอเคใช้งานได้ทั้งหมดเลย
ปล.ปกติแล้วถ้าไข่โอเคก็สามารถนัดวันเพื่อใส่ไข่กลับไปในมดลูกได้เลย แต่เคสของเราคือร่างกายตอบสนองต่อยาดีเกินไป มีไข่เยอะ ทำให้ท้องอาจจะดูแน่นๆ ถ้ารีบใส่ไข่ไปทันทีอาจจะทำให้เจ็บท้องจนถึงขั้นเข้า รพ.ได้ คุณหมอจึงแนะนำให้เราพักการใส่ไข่ไปอีก 1 รอบเดือน คือรอให้ประจำเดือนมาก่อนอีก 1 รอบแล้วค่อยนับวันมาใส่ไข่ ซึ่งเราก็โอเคเพราะเน้นปลอดภัยดีกว่า

ภาพ : ตารางการทานยา ทายา สอดยา

ช่วงระหว่างที่รอใส่ไข่ ก็จะมีตารางการทานยา ทายา สอดยา มาให้ตามภาพด้านบนนี้ ทำไปเรื่อยๆจนครบกำหนดใส่ไข่

16.08.63 ถึงเวลานัดเจอคุณหมออีกรอบ ครั้งนี้จะเป็นการตรวจความพร้อมของช่องท้องและขนาดความหนาของมดลูก ถ้าทุกอย่างอยู่ตามเกณฑ์ก็ถือว่าโอเคและนัดวันใส่ไข่ได้เลย ของเราก็ไม่มีปัญหาทุกอย่างผ่าน คุณได้ไปต่อค่ะ อิอิ

22.08.63 เวลา 13.00 น. เตรียมตัวขึ้นเขียงเพื่อใส่ไข่ แต่ก่อนที่จะใส่ไข่คุณหมอก็ถามว่าเราต้องการใส่กี่ใบ อยากได้คนเดียวหรือแฝด ซึ่งเราก็ตั้งใจและเผื่อใจไว้แล้วว่าจะใส่ 2 ใบเพราะอยากได้ลูกแฝดเลย แต่ถ้าไม่ได้สองได้หนึ่งก็ยังดี เลยบอกคุณหมอไปว่าใส่ 2 ใบ ครั้งนี้ชิวล์มาก ไม่เหมือนตอนเอาไข่ออก เพราะคุณหมอใช้เวลาในการใส่ไข่กลับคืนไปในโพรงมดลูกเพียงแค่ 2-3 นาทีเองค่ะ คุณหมอมือเบามากและเราเองก็เห็นทุกขั้นตอนในการทำเพราะไม่ต้องดมยาสลบแล้วมันไม่เจ็บเลย เห็นแม้กระทั่งตอนที่ตัวอ่อนถูกปล่อยออกจากหลอดเล็กๆและวิ่งพุ่งเข้าไปยังโพรงมดลูกกันเลยทีเดียว (ดูผ่านจอทีวี) เสร็จจากตรงนี้ก็มารอลุ้นผลกันอีกที 10 วัน หลังจากใส่ไข่นะคะ

ภาพ : ว่าที่คุณแม่เตรียมตัวใส่ไข่

01.09.63 มีนัดเจาะเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมนของการตั้งครรภ์ แล้วคุณหมอก็แจ้งมาว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ผลเลือดออกมาดีมาก” กรี๊ดซิคะรออะไร อิอิ ดีใจที่ผลออกมาคือดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ยังไม่เลยระยะปลอดภัย ยังต้องตรวจผลเลือดอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไปเพื่อดูว่าระดับฮอร์โมนขึ้นดีตามเกณฑ์รึเปล่า

08.09.63 ผลปรากฏว่ารอบสองก็ไม่ผิดหวังค่ะ ผลออกมาได้ดีเกินคาดไปอีก (คุณหมอมีแอบกระซิบว่า ถ้าระดับฮอร์โมนพุ่งขนาดนี้มีโอกาสได้แฝดนะครับ)

ภาพ : อัลตร้าซาวด์ครั้งแรกมีไข่ 2 ใบอยู่ข้างๆกัน

15.09.63 วันนี้ซินะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ครั้งแรกของการอัลตร้าซาวด์ดูลูก ยอมรับว่าตื่นเต้น ไม่รู้ว่าข้างในท้องจะเป็นยังไงบ้าง พอคุณหมอซูมให้ดูหน้าจอก็ยิ่งตื่นเต้นไปใหญ่ และแล้วเราก็ได้เห็นหลุมเล็กๆ 2 หลุมตามภาพด้านบนนี้ ณ.เสี้ยววินาทีนั้นคือโล่งมาก โล่งอกโล่งใจ อย่างน้อยๆก็มีอะไรให้เห็นเป็นขวัญและกำลังใจให้ไปต่อ (ลึกๆคือฉันไม่เสียเงินฟรีแล้วว้อยย..555++) หลังจากนี้ไปก็จะมีการนัดอัลตร้าซาวด์ดูพัฒนาการและขนาดของลูกทุกๆ 2 อาทิตย์ไปจนครบ 3 เดือน

ภาพ : แฝดที่ไม่แฝด

29.09.63 วนเวียนเข้า-ออก ที่คลีนิคทุก 2 สัปดาห์เพื่อมาอัลตร้าซาวด์ เนื่องจากรอบที่แล้วไข่โตไม่เท่ากันแต่หมอยังไม่กล้าคอนเฟิร์มว่าจะแฝดหรือไม่แฝด วันนี้ถือว่าครบ 8 สัปดาห์ (คุณหมอจะเป็นคนนับตั้งแต่วันที่ผสมไข่กับสเปิร์ม) คุณหมอเลยสรุปว่าคงได้แค่คนเดียวเพราะอีกใบหนึ่งคือขนาดเล็กไม่เป็นไปตามเกณฑ์แต่เราจะทำอะไรไม่ได้นอกจากรอเวลาให้ไข่ฝ่อไปเอง เพราะถ้าเอาออกก็กลัวจะไปกระทบกับใบที่ดี ระหว่างนี้คือต้องฉีดยากันแท้ง โดยปกติแล้วเขาจะได้ฉีดกันแค่ 3 เข็ม ส่วนเรานั้นมีภาวะเสี่ยงจากใบที่ไม่พัฒนาต่อเลยโดนไป 8 เข็มบอกเลยว่าตอนที่ยากันแท้งวิ่งเข้าเส้นเลือดนี่คือจี๊ดมากกก (ฉีดตรงสะโพก) บางคนถึงขั้นนอนซมปวดก้นไป 2-3 วันก็มี พยาบาลกล่าว

ภาพ : ผลการตรวจ Nifty

10.11.63 ข้ามขั้นตอนการนัดเพื่ออัลตร้าซาวด์เพราะพัฒนาการทุกอย่างก็ปกติตามเกณฑ์ มาถึงวันนี้ลูกในท้องได้ 14 สัปดาห์ มีนัดเจาะเลือดเพื่อตรวจโครโมโซม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะคะ ถามว่าถ้าไม่เจาะได้มั๊ย เพราะการเจาะเลือดตรวจ Nifty นี้จะไม่ได้รวมในแพคเกจ แต่คู่เราเลือกที่จะตรวจเพราะไหนๆก็มาถึงตรงนี้แล้วก็อยากจะให้เกิดความสบายใจและรู้ว่าลูกเราโอเค ไม่มีโครโมโซมคู่ไหนที่ผิดปกติ ถึงแม้ว่าผลตรวจจะไม่การันตีได้ 100% ก็ตาม แต่อย่างน้อยๆเราก็รู้เพศแบบชัวร์ๆมากกว่าการเดามั่วเวลาอัลตร้าซาวด์อะนะ ง่ายๆคือเพื่อความสบายใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่นั่นแหละก็เลยต้องยอมเสียเงินเพิ่ม 555++

24.11.63 ครบ 16 สัปดาห์ (ประมาณ 4 เดือน) คุณหมอก็ถามว่าตัดสินใจรึยังว่าจะฝากท้องต่อกับคุณหมอหรือจะไปฝากกับ รพ.ที่เราสะดวก ด้วยความที่คลีนิคคุณหมออยู่ใจกลางเมืองแล้วเราอยู่รอบนอกจึงตัดสินใจเลือกความสะดวกเลยแจ้งคุณหมอไปว่าขอย้ายไปฝากครรภ์กับ รพ.ใกล้บ้านดีกว่า คุณหมอเขาก็จะเขียนสรุปผลทุกอย่างตั้งแต่วันแรกที่มาปรึกษาจนถึงวันสุดท้ายของการทำลูกว่าเป็นยังไงบ้างแล้วเราก็สามารถถือแฟ้มนี้ไปฝากกับทางโรงพยาบาลได้เลย ด้วยความที่คุณหมอสรุปข้อมูลทุกอย่างโดยละเอียดแล้ว ตอนไปฝากเราแทบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเลย ถือว่าสะดวกมากๆเลยค่ะ บอกเลยว่ารู้สึกประทับใจในการบริการของคุณหมอและพี่ๆพยาบาลทุกท่านในคลีนิคนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ฝากครรภ์ต่อกับคุณหมอแต่อาจจะได้เจอกันอีกในรอบหน้านะคะ เพราะเรายังฝากไข่ไว้ที่คลีนิคอีกตั้ง 6 ใบ อิอิ

ภาพ : จดหมายสรุปผลเพื่อให้เรานำไปยื่นกับทางโรงพยาบาลที่เราต้องการฝากครรภ์

มาถึงตรงนี้แล้วคงจะจบการรีวิวไม่ได้ถ้าไม่ได้บอกเรื่องค่าใช้จ่ายให้ผู้อ่านได้รับรู้ (ถูกมั๊ยคะ)

สรุปค่าใช้จ่ายก็จะอยู่ที่ 284,361.36 บาท สำหรับเคสของเราในครั้งนี้ แต่ถ้าถามคุณหมอเขาก็จะแจ้งคร่าวๆว่าการทำ ICSI จะอยู่ที่ 200,000 บาท ซึ่งจะเป็นเฉพาะค่าใช้จ่ายในการทำจริงๆยังไม่ได้รวมค่ายาและอื่นๆเพราะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนไข้ด้วยว่าต้องใช้ยาตัวไหน ปริมาณเท่าไหร่บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าไม่เท่ากัน อย่างการตรวจโครโมโซมถ้าเราไม่ต้องการตรวจค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะไม่มี ดังนั้นตีไปเลยคร่าวๆว่าอยู่ที่ 280,000-300,000 บาท สำหรับการทำ ICSI ส่วนการทำ IUI และ IVF ก็อาจจะถูกกว่าอยู่นิดหน่อยหรือแล้วแต่ความยากง่ายของเคสนั้นๆนะคะ

เก็บตกความตื่นเต้นระหว่างทาง : หลังจากที่ใส่ไข่ไปแล้วได้ 6 สัปดาห์กว่าๆตื่นเช้ามาช่องคลอดมีเลือดออกจางๆ ตกใจแต่ไม่ถึงขั้นเสียสติ พอตั้งตัวได้ก็เลยรีบเสิร์ชหาข้อมูล ประสบการณ์จากคนที่เคยทำอิ๊กซี่ (ICSI) แล้วเป็นแบบนี้ ปรากฏว่าเคสแต่ละคนที่อ่านมาก็ไม่ค่อยตรงกับเรา เลยตัดสินใจทักไลน์ของคลีนิคและแจ้งพยาบาลไป เขาก็ให้รอสังเกตอาการและถ้ามีผิดปกติหรือเลือดออกเยอะ ปวดท้องรุนแรงให้รีบเข้าไปที่คลีนิค แต่ความโชคดีของเราก็ยังมีคือไม่ได้เป็นอะไรมากและไม่มีผลกระทบอะไรถึงลูก โชคดีจัง 🙂

สิ่งที่อยากจะแนะนำจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง :
1. เตรียมร่างกายและจิตใจมาให้พร้อม
2. สำหรับคนที่กลัวเข็ม ไม่ชอบการทานยา ทำใจไว้เลยงานนี้ได้ทำจนชินและเบื่อ
3. อะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อนก็จะได้เจอถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าและราคาแพง
4. กำลังใจจากคนข้างๆและครอบครัวสำคัญมาก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพื่อให้เกิดความสำเร็จก็ว่าได้
5. ในระหว่างที่ทำนี้ให้ระมัดระวัง ดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ ห้ามยกของหนัก งดการออกกำลังกายในช่วงนี้

ในขณะที่นั่งเขียนรีวิวนี้อายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์แล้วค่ะ ผู้เขียนอาจจะมีรีวิวต่อๆไปมาให้ได้อ่านกันอีก สำหรับผู้อ่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ ICSI มากกว่านี้สามารถทักมาถามส่วนตัวได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำเสมอค่ะ 🙂 22.12.63

Recent Content

Rutwriter 2021
Total vistors: 242618