รีวิว..สนุกสุขสันต์ 1 วันที่พม่า ( 1 Day Trip )

วันเดียวเที่ยวต่างประเทศ ถ้าใครบอกว่าไม่สามารถไปได้เราขอเถียงขาดใจเพราะวันเดียวเที่ยวพม่าได้แบบสบายๆ ไปเช้า-เย็นกลับ เที่ยวแบบนี้เหมาะสำหรับใครบ้างเรามาดูรายละเอียดกันค่ะ

เริ่มต้นจากการจองตั๋วเครื่องบิน Low Cost กับพี่หางแดงในราคาสบายกระเป๋า จองเดือนนี้บินเดือนหน้าก็ยังได้ราคาดีงาม ในส่วนท้ายเดี๋ยวจะแจ้งเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดูนะคะ
เหตุผลในการได้มาไหว้พระวันเดียวที่พม่านี้บอกเลยว่าไม่เคยแพลนมาก่อน แต่โจทย์ของเรามีอยู่ว่าต้องบินออกประเทศไปใหนก็ได้สักประเทศหนึ่ง เราก็เลยมาไล่ดูค่าตั๋ว เริ่มจากสิงคโปร์ ลาว เวียดนาม แต่ราคาก็ยังแอบแรงขนาดวันธรรมดานะเนี๊ยะ พอมาเจอพม่าเข้าเรานี่รีบจองเลย บวกกับหาข้อมูลใน Pantip แล้วเจอเพื่อนๆหลายคนที่เคยไปแบบ 1 Day Trip งั้นลุยกันเลยค่า>>>

ฤกษ์งามยามดีเช้าวันที่ 21 พย.61 เวลา 08.30 น. ถึงเวลา Take off แล้ว ไปกันเลยค๊าา…

เย่ๆๆ..มาถึงพม่าแล้ว ใช้เวลาบิน 1.15 ชั่วโมง ไม่ต่างจากเรานั่งเครื่องไปต่างจังหวัดในประเทศเราเลย แต่ที่พม่าเวลาจะช้ากว่าไทย 30 นาทีนะคะ ถ้าคนที่ใช้ไอโฟนเวลาจะถูกปรับอัติโนมัติด้วย Time zone แต่นาฬิกาของเราก็ยังคงเป็นเวลาไทยที่เราเคยตั้งไว้ อย่าเผลอในดูนาฬิกาล่ะ เดี๋ยวตกเครื่องเอาน่าาา 🙂

อย่างที่บอกว่าเราได้ไปศึกษาข้อมูลในห้องบลูมาก่อนแล้วและก็ได้เบอร์ติดต่อแท็กซี่พาเที่ยว ตีราคา สถานที่เที่ยวและนัดหมายกันเรียบร้อย พอลงเครื่องปุ๊บแวะเข้าห้องน้ำ และเดินออกมาก็เจอพี่หมิวถือป้ายชื่อเรารอเลย พอทักทายกันเรียบร้อยแล้วพี่เขารีบวิ่งไปขับรถและพาเราบึ่งออกจากสนามบินทันทีเพื่อที่จะได้รีบเที่ยววันเดียวที่พม่าให้ครบตามแพลน

1.วัดพระหินอ่อน (Kyauk Taw Gyi Pagoda) เข้าชมฟรี

เริ่มจากวัดแรกกันเลย วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน คือใกล้จริงๆพอขึ้นรถปุ๊บ นั่งยังไม่ทันได้หายเหนื่อยจากการนั่งเครื่องเลย ปรากฏว่าถึงและ ไอ้เราก็ยังงงๆอยู่เลย พี่หมิวจอดรถเทียบตรงบันไดทางขึ้นวัดเลย แล้วก็บอกให้เราถอดรองเท้า ถุงเท้า ไว้ในรถ คนที่จะมาเที่ยวที่นี่ให้หมายเหตุไว้เลยว่าทุกวัดคุณจะต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า และไม่นุ่งสั้น คือเขาจะเคร่งมาก เคร่งกว่าที่ไทยเราอีก ถ้าไม่ทำตามคือเจ้าหน้าที่เขาจะเดินตามและขู่ บังคับเลยค่ะว่าต้องถอด (อันนี้คือเห็นต่อหน้าเลยที่ชเวดากอง หญิงคนจีนเขาไม่ถอดถุงเท้า เลยโดนเจ้าหน้าที่ตามแบบแทบจะกินหัว)

รีวิวนี้จะเน้นในส่วนของการเที่ยวว่าไปใหนบ้าง สภาพแวดล้อมเป็นยังไง และทริคเล็กๆน้อยๆ จะไม่เน้นประวัติและข้อมูลของวัดนะคะเพราะทุกคนสามารถหาข้อมูลได้ในอากู๋ ซึ่งจะดีและละเอียดกว่าที่เราจะอธิบาย เอาเป็นว่าเน้นถ่ายรูปกับเที่ยวกันนะคะ

2.วัดช้างเผือก (White Elephant) เข้าชมฟรี

ถัดมาจากวัดแรกก็ขึ้นรถไปต่อที่วัดช้างเผือก(อยู่ใกล้มากจากวัดหินอ่อน) ถามว่าวัดนี้มีอะไร วัดนี้มีช้างค่ะตามชื่อวัดเลย ไม่มีผิดเพี้ยน ช้างอย่างเดียวไม่มีพระอยู่ มีการสร้างศาลาให้ช้างอยู่ ซึ่งจะมีช้างทั้งหมด 3 เชือก แต่วันนี้เราเห็น 2 เชือก อีกเชือกหนึ่งอยู่ใหนไม่รู้ เหตุผลที่เขาต้องสร้างวัดให้ช้างอยู่เพราะตามความเชื่อค่ะพี่หมิวบอกมา สมัยโบราณคือถ้าใครได้เจอหรือเห็นช้างเผือกถือว่าโชคดี ประมาณนี้เนาะ เพราะเราไม่ถนัดลงรายละเอียด 555

ภาพนี้คือซุ้มน้ำดื่มฟรีบริเวณทางเดินเข้าวัดช้างเผือกค่ะ ใช้งานได้จริง ใครหิวก็แวะดื่มได้ เห็นน่ารักดีเลยแชะภาพ

3.ร้านอาหาร Myanmar Food

พอเที่ยวได้ 2 วัด พี่หมิวคงกลัวว่าเราจะหิวข้าว ทั้งที่เราก็บอกนะว่าไม่หิว ทานข้าวเช้ามาแล้วนิดหน่อย แต่พี่เขาก็บอกว่าร้านนี้โอเค แต่ที่ร้านคนก็เยอะจริงๆ เราก็เลยโอเคๆไปกินก็ได้ เพราะชื่อร้านมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นอาหารพม่าเราจะได้ถือโอกาสลิ้มลองเมนูอาหารของพม่าดู

เริ่มจากการเปิดเมนูละกัน…จากภาพแล้วก็ดูดี โอเค ถือเป็นร้านที่หรูระดับนึงแหละถ้าเทียบแล้ว มีพนักงานเสิร์ฟแต่งตัวดูดี เหมือนร้านอาหารในห้างบ้านเรา

และแล้วเมนูที่เราสั่งก็มาตามภาพ 3 รายการด้านล่างนี้ หน้าตาใช้ได้ แต่เรากินไม่ล่ายย.. อวสานจานแรกของเราเพราะกลิ่น รสชาติ ที่แปลกทำให้เรากินไม่ได้เลยขอสลับกับของแฟนที่เป็นถ้วยคล้ายๆขนมจีนบ้านเรา อันนั้นโอเค พอทานรองท้องได้อยู่ ส่วนจานสุดท้ายออเดิร์ฟก็พอกินได้ ชิมไปชิ้นนึง เป็นอันเรียบร้อยมื้อเช้า…

4.วัดพระเขี้ยวแก้ว (Swe Taw Myat Pagoda)

จบเรื่องอาหารแล้วเรามาพูดเรื่องวัดกันต่อ นาทีนี้อีกยาวไกลกว่าจะหมดวัน วัดพระเขี้ยวแก้ว ก็มีเขี้ยวแก้วตามชื่อวัดเลยค่ะ วัดนี้ต่างชาติจะต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 3000 Kyats จ่ายค่าเข้าเสร็จเราก็เข้าไปไหว้พระได้อย่างสบายใจ

5.เจดีย์กาบาเอ (KaBa Aye Pagoda) เข้าชมฟรี

ภาพนี้แอบถ่ายสาวๆสงน้ำพระตรงประตูก่อนทางเข้าไปข้างใน..

ภาพน่ารักๆ แบบวิถีชีวิตของคนที่นี่ : เด็กๆยืนซื้อไอติมโคนค่ะ เห็นแล้วก็นึกถึงตัวเองสมัยเป็นเด็กก็แบบนี้แหละ ต่างกันที่บ้านเราจะเป็นรถ 3 ล้อที่มีถังไอติมพ่วงข้างมา

6.เจดีโบตาทาวน์ เทพทันใจ และเทพกระซิบ (Botataung Pagoda) ค่าเข้าชม 6000 Kyats/คน

จุดนี้ค่อนข้างจะใช้เวลานานหน่อยเพราะมีหลายอย่าง เริ่มจากเข้าชมโบตาทาวน์ที่มีการบรรจุพระเกศาธาตุ (สารีริกธาตุ) อยู่ในนั้น

ต่อด้วยเทพทันใจ ภาพนี้คือทางเดินไปหาเทพทันใจ บริเวณรอบข้างก็จะมีคนขายดอกไม้ ของไหว้ และที่สำคัญมี ต.เต่าอยู่ในน้ำเยอะแยะเลย

  มาถึงแล้ว..เทพทันใจ หนึ่งเดียวในพม่า มองเห็นท่านชี้นิ้วแต่ไกลเลย

พับธนาบัตรแป๊บก่อนไปกราบท่าน..พี่หมิวเป็นคนทำให้ค่ะ เงินไทย 1 ใบ เงินพม่า 1 ใบ พอไหว้เสร็จเราก็เอาเงินใส่มาใส่กระเป๋าเพื่อเป็นสิริมงคล ให้เงินไหลมาเทมา..สาธุ

 ภาพแอบถ่ายอีกแล้ววว..เด็กๆตีระฆังใหญ่

เนื่องจากเราต้องทำเวลา (แต่ที่จริงก็ชิวล์มาก ไม่ได้รีบเลยในแต่ละที่) มาต่อกันที่เทพกระซิบ ซึ่งจะอยู่อีกฝั่งถนนกับโบตาทาวน์และเทพทันใจ (อยู่บริเวณเดียวกัน)

กลัวมาไม่ถึงเลยขอกระซิบหน่อย…เพี้ยงงงง !!!

7.ทะเลสาบกันดอร์จี (เข้าชมฟรี)

จบจากวัดครึ่งแรก ขอพักแป๊บบ..ที่ทะเลสาบกันดอร์จี ถ้าเทียบกับไทยก็สวนสาธารณะดีๆนั่นเอง เอาน่า พักก่อน ก่อนที่จะตาลายกันกับวัด วัด และก็วัด

ความพิเศษของที่นี่ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกซะจาก ภัตตาคารการะเวก ที่สวยงามอยู่กลางน้ำ เป็นร้านอาหารที่อลังมากเท่าที่เคยเห็น ส่วนเราได้แค่ถ่ายรูปแล้วเดินออกมาก็พอเนาะ อิอิ

และแล้วมื้อเที่ยงของเราก็มาถึง เนื่องจากเดินเมื่อยแล้ว ขอหย่อนตูดลงนั่งตรงนี้แล้วกัน เป็นร้านที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนเราสองคนตกลงกันว่าเลือกทานอาหารที่ง่ายๆแค่พอรองท้อง (เพราะกลัวจะกินไม่ได้เหมือนมื้อเช้าอีก)

แต่..ปรากฏว่าอาหารที่นี่อร่อยค่ะ รสชาติใช้ได้ เหมือนอาหารไทยเราเลย สุดท้ายก็เลยอิ่ม อร่อย แบบสบายท้อง มีแรงไปต่อ…เมนูตำข้าวโพดและปู่นิ่มทอด ไม่มีน้ำจิ้มหรือซอสใดๆ เราก็เลยจิ้มกับน้ำส้มตำนั่นแหละ แซ่บดี

8.วัดเจ้าทัตจี หรือพระตาหวาน (Chauk Htat Kyi Pagoda)  เข้าชมฟรี

หลังจากมื้อเที่ยงก็มาต่อกันที่วัดทัตจี อ้อ..ลืมบอกถึงความดวงดีของเราสองคน ไปที่วัดใหนเขาก็ปรับปรุงทุกที่ คือทุกที่จริงๆ ก็เลยได้ภาพพระตาหวานมาแบบนี้ค่ะ

9.วัดงาทัตจี หรือพระนั่งสมาธิ (Nga Htat Gyi)  เข้าชมฟรี

พอเสร็จจากวัดพระตาหวานเราก็มาต่อกันที่วัดพระนั่งสมาธิ ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดพระตาหวานค่ะ สังเกตชื่อวัดเขาจะคล้ายๆกัน คืออยู่วัดนี้เห็นหลังคาวัดนั้นเลย ใกล้กันมาก ขึ้น-ลง รถกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว

10.รั้วหน้าบ้านอองซานซูจี (ถ่ายรูปได้แต่ต้องบอกทหารที่อยู่เวรตรงนั้นด้วย)

เห็นในรีวิวคนชอบมาถ่ายรูปกัน เราก็เลยบอกพี่เขาว่าอยากมาถ่ายบ้าง แค่นั้นแหละได้รูปเลย…บริการดีจริงๆ 🙂

เก็บภาพข้างทางระหว่างรอไฟแดง : ปั๊มน้ำมัน

เก็บภาพข้างทางระหว่างรถวิ่ง : คนซ่อมรองเท้า

11.เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) ค่าเข้าชม 10000 Kyats/คน

โย่วๆ..เรามาถึงแล้วเจดีย์ชเวดากองที่แท้ทรูในกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า คือที่ต้องพิมพ์เต็มยศให้เขาเพราะของเขาใหญ่จริงๆ กว้างและอลังการอยู่บนยอดเขา ระหว่างทางขึ้นคือต้องใช้บันไดเลื่อน 3 ตัวแนะ กว่าจะถึงข้างบนนี้

อันนี้แค่ประตูทางเข้าด้านล่างนะคะ

ทางเดินเพื่อไปขึ้นบันไดเลื่อน

ต่อด้วยบันไดเลื่อน 3 ตัว เพื่อขึ้นไปยังเจดีย์ชเวดากอง

ในที่สุดเราก็ขึ้นมาถึงแล้ววว..คนเยอะเลย เนื่องจากเป็นข่วงวันลอยกระทง เขาจะมีจัดงานที่นี่กันค่ะ ผู้คนก็เลยหนาแน่นกว่าปกติ

ภาพบรรยากาศและมุมทั่วไปของชเวดากอง สวยงามมากค่ะ

พิธีเริ่มแล้ว มีผู้คนเดินขบวนรอบเจดีย์พร้อมกับเสียงเครื่องดนตรียาวเหยียด ส่วนเรายืนมองและถ่ายรูปค่ะ เพราะเราเป็นนักท่องเที่ยว หุหุ

และทุกที่ของวัดจะมีจุดให้เราสงน้ำพระประจำวันเกิด (จันทร์-อาทิตย์) พี่หมิวก็จะเป็นคนวิ่งหาให้เราตลอดแบบไม่เหน็ดเหนื่อยเลยว่า นี่ๆวันอาทิตย์ตรงนี้ รดเลยๆ พร้อมกับเอากล้องไปชักภาพให้เรา น่ารักจริงๆ

บัตรค่าเข้าชมตามภาพเลยค่ะ แต่ทุกที่จะเสียค่าเอารถเข้าไปจอด ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือทะเลสาบ ในส่วนนี้พี่หมิวเขาก็จะเป็นคนรับผิดชอบเอง ซึ่งเขาก็คิดรวมมาในค่าเหมาเที่ยวของเราแล้วแหละ

บิลค่าอาหารครบ 3 มื้อกันเลยทีเดียว แต่เป็นมื้อที่ไม่หนัก กินเบาๆรองท้องไป ถ้าอยากจะกินถูกใจก็อาหารไทยเรานี่แหละ อิอิ

KFC ปิดท้ายที่สนามบิน แต่ชอบนะไก่ราดน้ำจิ้มเขาอะ เป็นน้ำจิ้มที่รสชาติไม่เหมือนของไทยเรา ซอสนี่เหมือนทำจากมะขามเลย อร่อยๆ ถ้าไปก็ลองชิมกันดูนะคะ

สำหรับ 2 ภาพด้านล่างนี้ พี่หมิวบอกว่าขอฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของเพื่อนพี่น้องชาวไทยด้วยนะคะ ถ้าใครอยากจะไปเที่ยวพม่าเหมือนเราสองคนก็ติดต่อได้ ราคาไม่แพง บริการดี ตามถ่ายรูปให้จนเราเองยอมใจ 555 คือพี่แกไม่เหนื่อยเลย เป็นทั้งคนขับรถ เป็นทั้งไกด์และช่างภาพ ตอนนี้พี่เขากำลังหัดเรียนภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษก็พูดได้อยู่แล้ว หรือถ้าบางคนบอกว่าตัวเองไม่เก่งอังกฤษ ไม่เป็นไรค่ะ เพราะพี่เขาค่อนข้างเข้าใจภาษาไทยเยอะแล้ว หรือจะพูดแบบไทยผสมอังกฤษพี่เขาก็รู้เรื่องนะคะ ถ้าไม่ไหวจริงๆภาษากายก็ใช้ได้ค่ะ บอกก่อนนะคะเราไม่ได้ค่าอะไรจากการแนะนำพี่เขา แต่พี่เขาน่ารักค่ะเราก็เลยอยากจะให้กำลังใจในการทำงานที่สุจริตของพี่เขา ถ้าสนใจก็ติดต่อพี่เขาได้นะคะ ID Line : 61219790 ชื่อในไลน์คือ MYOZAWTUN

ปล.ถ้าคนที่เคยอ่านรีวิวในพันทิปก่อนไปเที่ยวจะพอรู้มาบ้างว่าแท็กซี่เขาจะไม่ค่อยเปิดแอร์ ตอนแรกที่หย่อนตูดลงนั่งบนรถก็คิดในใจ เอาแล้ว..เราเจอพัดลมมาเป็นตัวๆ แต่จริงๆแล้วคือพี่เขาก็เปิดแอร์ด้วยแหละแต่ความเย็นไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ ดีที่เขามีพัดลมมาเสริมพอได้พัดผ่านใบหน้าให้ได้ชื่นใจ..รอดไปค่ะ

 

เป็นไงล่ะภาพเบลอๆก็มี พี่เขาขอเซลฟี่เองเลยนะเนี่ยะ…555

คันนี้ค่ะ รถของพี่หมิว..ขึ้น-ลง รถนี่คือพี่แกวิ่งไปเปิด-ปิดให้ตลอด

สรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ดังนี้ค่ะ

1.ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2,800 บาท/คน
2.ค่าเหมารถเที่ยว+คนขับ 2,500 บาท (1,250 บาท/คน)
3.ค่าเข้าชมวัด 19,000 จ๊าด (395 บาท/คน)
4.ค่าอาหาร 825 บาท (413 บาท/คน)
สรุปแล้วอยู่ที่คนละประมาณ 4,860 บาท
ปล.เราไปกันแค่ 2 คน แต่ถ้าใครอยากประหยัดมากกว่านี้ก็คือหาเพื่อนไปสัก 3-4 คน ก็สบายแล้วค่ะจะได้ช่วยหารค่าเหมารถเที่ยว เพราะค่าอื่นๆถูกอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้เราสองคนขอขอบคุณสำหรับการติดตามและอ่านรีวิวของเรานะคะ หวังว่ารีวิวนี้คงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังวางแผนหรืออยากไปเที่ยวทริปสั้นๆฉบับคนมีเวลาน้อยเหมือนเรา โดยเฉพาะการไปไหว้เทพทันใจ อีกหนึ่งจุดหมายที่หลายคนต้องการ..โชคดีค่ะ

 

Leave a Reply