เที่ยว(เอง)ทั่วสิงคโปร์ด้วยรถไฟฟ้า 2018

สวัดดีค๊าาา..เจอกันอีกเช่นเคยกับพี่หางแดงในทริปสิงคโปร์  เรียกได้ว่าเป็นทริปไวไฟ 5G เลยก็ว่าได้ค่ะงานนี้ เพราะคิดได้ว่าอยากเที่ยวปุ๊บก็จองตั๋วปั๊บ และอีกแป๊บๆก็ถึงเวลาเดินทาง

จำได้ว่าจองตั๋วช่วงกลางเดือนมิถุนายน กำหนดเดินทาง 2-4 กรกฎาคม 2561 รวดเร็วทันใจไม่เหมือนทริปก่อนๆที่จองปีนี้บินปีหน้า อิอิ
ปล.ค่าใช้จ่าย วิธีการเดินทางสถานที่เที่ยว จะอยู่ท้ายรีวิวนะคะ

วันที่ 2/07/2561(วันที่1) ถ้าให้พูดตรงๆวัตถุประสงค์จริงๆของการมาสิงคโปร์ครั้งนี้คือแค่อยากจะมาดูกระเป๋า CHARLES&KEITH เท่านั้นจริงๆ เนื่องจากช่วงนี้เป็นกลางปี อ่านรีวิวมาหลายๆที่เขาก็จะบอกว่ามี Mid year sale แค่นั้นแหละหูผึ่งกันเลยทีเดียว รู้ตัวอีกทีก็มาถึงสนามบินชางฮีแล้ว 555

ก่อนจะไปชมภาพอื่นๆขออันเชิญภาพแลนด์มาร์กมาให้ดูก่อนแล้วกันนะคะ คิดเล่นๆขำๆ ถ้าเรามาสิงค์โปร์แล้วไม่มีภาพตรงนี้ติดตัวกลับไปเขาจะเชื่อเรามั๊ยว่าเราได้มาเที่ยวแล้วจริงๆ 🙂

สิงห์โตพ่นน้ำ (Merlion) วันนี้ถือว่าโชคดีที่มาแล้วเจอพี่สิงห์โตเขาพ่นน้ำอยู่ เพราะไปอ่านเจอรีวิวนึงเขาบอกว่ามาหลายรอบแต่ทุกรอบที่มาก็มักจะมีปิดปรับปรุงบ้าง ไม่พ่นน้ำบ้าง งั้นเราโชคดีแล้วแหละ เที่ยวที่อื่นต่อได้

นี่คือที่พักของเราค่ะ จองที่นี่ที่เดียวจบสำหรับทริปนี้ 3 วัน 2 คืนเต็มกับ HOTEL CLOVER

บรรยากาศภายในห้อง ห้องไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้แคบจนเกินไป สำหรับที่สิงคโปร์โรงแรมจะแพงมาก พูดได้ว่าแพงกว่าค่ากินค่าเที่ยวอีกแนะ เพราะฉะนั้นงบประมาณในการเที่ยวควรกำหนดไว้เลยว่าต้องการที่พักแบบหรูๆหรือแค่พอซุกหัวนอนได้ 

ภาพวาดริมทางเห็นสวยดี  อันนี้เป็นทางเดินระหว่างโรงแรมไปยังรถไฟฟ้าใต้ดิน ชอบที่นี่มากเพราะบ้านเมืองเขาสะอาด เศษถุงพลาสติกหรือขยะไม่มีให้เห็นเลย เพราะกฏระเบียบเขาเข้ม

ป้ายรถเมล์ที่ค่อนข้างว่างเปล่า ถ้าเป็นบ้านเราคนคงยืนรอรถกันตรึม

มาที่นี่ใช้อะไรเป็นยานพาหนะ นี่เลยค่ะสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา บัตร TOURIST PASS มีใบนี้ติดตัวก็คุ้มสุดๆแล้วค่ะ คำนวนแล้วถูกมาก ใช้ได้ทั้งรถบัส รถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้า

เนื่องจากเรามาเที่ยว 3 วัน เลยซื้อแบบ 3Days ในราคา 20 SGD/คน พร้อมกับเงินมัดจำอีก 10 SGD/คน รวมแล้ว 30 SGD/คน พอขากลับเราก็เอาบัตรนี้มาแลกเงินมัดจำคืนได้ คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เฉลี่ยคร่าวๆเท่ากับว่าค่าเดินทางสามวันของเราอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้นๆ)

และนี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่ประทับใจมากๆ คือคนที่นี่เขาจะไม่นั่งที่นั่งที่สำรองไว้ให้คนแก่ คนท้อง คนพิการและแม่ลูกอ่อน สังเกตทุกครั้งเวลานั่งรถไฟฟ้าและก็แอบยิ้มทุกครั้ง ประทับใจกับการมีจิตสำนึกที่ดีของเขา และพอมีคนแก่ คนพิการ เข้ามาเขาก็จะได้นั่ง เห็นแล้วอดนึกย้อนมาถึงบ้านเราไม่ได้ เฮ้ออ..

คนที่นี่ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นหลักไม่ว่าจะบนดิน ใต้ดิน เพราะเขามีขบวนครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ(ก็ประเทศเขาเล็กเนาะ) เทำให้ไม่ค่อยเห็นคนอ้วนกันสักเท่าไหร่ เพราะต้องเดินเยอะมากกว่าจะไปถึงในแต่ละที ขำตรงที่ช่วงแรกๆยังงงๆกับการเดินทางในแต่ละสาย ถ้าจำไม่ผิดเขามีทั้งหมด 5 สี 5 เส้นทาง เราก็เข้า-ออก เป็นว่าเล่น ดีที่ว่าเราจะเข้าออกกี่รอบก็ได้เพราะซื้อบัตรแบบเหมาๆอยู่แล้ว รอดดด…

ช่วงบ่ายของวันแรกที่มาถึงบอกเลยว่าหมดไปกับการตามหา Shop กระเป๋า แต่เราจะไม่ลงรูปเพราะไม่อยากโฆษณาให้เขา 555

วันที่ 3/07/2561(วันที่2)พอรุ่งเช้าได้เวลาตะลอนทัวร์ตะลุยสวน Botanic Gardens

อาณาบริเวณของสวนนี้กว้างขวางมาก เขียวขจีเต็มไปหมดเดินได้ทั้งวันถ้าไม่เหนื่อยซะก่อน การเดินทางก็ง่ายแค่นั่งรถได้ดินก็มาถึงเลยค่ะ

นี่แค่ภาพบางส่วน ที่จริงถ่ายรูปไว้เยอะเลย มีแต่มุมสวยๆทั้งนั้น

พอจบทริป Botanic Gardens ในครึ่งเช้า ครึ่งบ่ายเราก็ไปต่อกันที่ Gardens by the bay กันต่อเลยนะคะ ซึ่งสองที่นี้อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ห่างกันแค่ไม่กี่สถานีเพียงแต่ว่าต้องเปลี่ยนสาย

ที่นี่เขามีหลายโซน ถ้าจะมาแค่ชมต้นไม้ไฟก็สามารถเดินเข้ามาชมและถ่ายรูปเลยได้ แต่วันนี้เราซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปชมในส่วนของโดมข้างในด้วย ซึ่งจะมี 2 โดมใหญ่ๆ คือ Cloud Forest กับ Flower Dome แต่เราเข้าแค่ Cloud Forest เพราะมันดูไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ค่าบัตร 16 SGD/คน

บรรยากาศภายในก็จะประมาณนี้ค่ะ

 

เดินเล่นข้างในจนอิ่มหนำสำราญแล้ว เราก็ออกมาเดินถ่ายรูปต้นไม้ไฟช่วงพลบค่ำกันต่อ จบจากนี้ก็มืดค่ำหมดไปอีกหนึ่งวัน เดินทางกลับที่พักเพื่อเก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้(อีกหนึ่งวัน)

วันที่ 4/07/2561(วันที่3) เนื่องจากอาหารเช้าที่โรงแรมไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ วันนี้เราเลยลองมาหาทานข้างนอกกัน ซึ่งเป็นร้านติ่มซำที่อยู่ใกล้ๆกับที่พักนั่นแหละ เดินมาแค่ 400 เมตรเองค่ะ

บรรยากาศภายในร้าน ร้านเขาเริ่มเปิดตอน 11.00 น. เรามาก่อนเวลาเลยได้ยืนรอหน้าร้านพักนึง ก่อนจะได้เข้าไปนั่ง โดยรวมแล้วโอเคค่ะสำหรับร้านนี้ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา

หลังจากเติมพลังให้ท้องเรียบร้อยแล้วเราก็กลับมาที่โรงแรมเพื่อเช็คเอาท์ และฝากกระเป๋าต่อที่เคาเตอร์ เพราะเรายังเที่ยวต่อได้อีกทั้งวันเนื่องจากจองเที่ยวบินกลับไฟล์สุดท้ายเลยสี่ทุ่มกว่าๆ ลุยยย>>>

จุดแรกสำหรับการปักหมุดของวันนี้คือ Haji Lane แต่ก่อนจะถึงฮาจิเลน เราต้องเดินผ่านมัสยิดสุลต่านก่อน เพราะมันคือทางผ่านถ้าเราเดินมาจากโรงแรม เป็นมัสยิดที่ใหญ่และสวยงามมากค่ะ ใครเดินผ่านไปมาก็แวะถ่ายรูปกัน

และนี่คือ Haji Lane ถนนที่เต็มไปด้วยภาพวาด ศิลปะจากการตกแต่งร้าน รวมถึงความสวยงามของการออกแบบให้กลายเป็นถนนที่น่าเดิน

อีกหนึ่งจุดที่สะดุดตาคือ ร้านนี้เลย Selfie Coffee ถ่ายรูปหน้าตัวเองลงบนกาแฟและสามารถกินได้ด้วย เหมาะสมกับยุคสมัยเลยจริงๆ

ขนาดบันไดยังมีประโยชน์ อิอิ

พอจบจากฮาจิเลน เราก็ไปลงใต้ดินเพื่อมาถ่ายรูปที่ Fort Canning จุดที่คนไทยชอบมา แต่ชาติอื่นอาจจะงงๆ คือจะบอกว่าที่จริงตรงนี้ก็ไม่ได้เป็นจุดที่แปลกหรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับชาวสิงคโปร์หรือชาติอื่นๆเลย ถ้าเทียบกับไทยก็คงจะอารมณ์สะพานแขวนที่สถานีBTSช่องนนทรี ที่คนชอบไปถ่ายรูป อะไรประมาณนั้น ก็เลยไม่แปลกถ้าเราจะมาถ่ายรูปที่นี่แล้วเจอคนไทย 555

 

นี่ค่ะ เราเจอแล้ววว มาดูกัน

 

เวลามีจำกัด(ที่จริงก็ไม่รู้ว่าจะไปใหนต่อ) เรามาต่อกันที่ไชน่าเทาน์ บางครั้งก็แอบสงสัยเหมือนกันว่า มีประเทศใหนบ้างที่ไม่มีไชน่าเทาน์ อิอิ มาเดินเล่นหาของกินกัน

และแล้วก็ได้โรตีมากิน เคยอ่านรีวิวมีคนบอกว่าอร่อย ส่วนเราไม่เลย อุ๊บบ !!

วัดพระเขี้ยวแก้ว ถ่ายแค่หน้าวัดนะคะไม่ได้เข้าไปข้าวใน แล้วก็เดินต่อ

เจอป้านั่งอาบแดด อิอิ เป็นอันจบทริปไชน่าเทาน์ เพราะดูของกินแล้วไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ เลยพากันไปหาซื้อของฝากดีกว่า

มาเที่ยวนี่นี่ถามว่าเรากินอะไรบ้าง นี่ค่ะอาหารการกินของเรา เริ่มจากข้าวมันไก่สิงคโปร์ ได้ยินแต่ชื่อมานานวันนี้ได้มาลองกิน ก็ไม่ต่างจากข้าวมันไก่บ้านเราหรอก (บ้านเราอร่อยกว่า)

สเต๊ก ร้านนี้ทำอร่อยมาก อยู่แถวๆโรงแรมที่เราพักอยู่ ติดใจให้5ดาวเลยค่ะร้านนี้

บุบเฟ่ผักสลัด เลือกได้ตามใจว่าจะเอาอะไรบ้าง ในราคา 12 SGD. กินในห้างสักแห่งหนึ่งแถวถนนออชาร์ด

อาหารว่างรองท้องระหว่างวัน น้ำ ขนมปัง ไข่

มาสิงคโปร์ทั้งที เราต้องมาชิมป้อบคอร์นให้ถึงที่และก็หิ้วกลับมาเป็นของฝากซะเลย(ที่จริงในไทยเราก็มีนะ555) เอาน่าที่นี่ต้นตำหรับ ซื้อหมดไปประมาณสองพันบาทเพราะไม่รู้จริงๆว่าจะซื้ออะไรกลับไปดีถ้าไม่ใช่ป้อบคอร์น

ตรงข้ามกับป้อบคอร์นก็มี CHARLES&KEITH ด้วยนะ เผื่อใครมาแล้วจะได้มาทีเดียวเลย อันนี้จะเป็นชั้นใต้ดินของห้าง ION เลย สะดวกดี แถวๆถนนออชาร์ด(ถ้าจำไม่ผิด)

ของฝากได้แล้วเป็นอันว่าจบทริป นั่งใต้ดินกลับไปที่โรงแรมเพื่อเอากระเป๋า แล้วก็เดินทางไปสนามบินกันเลย พอถึงสนามบินอย่าลืมคืนบัตร TOURIST PASS นะคะ คืนที่เดิมตรงที่เราซื้อบัตรนั่นแหละ ได้เงินคืนค่ามัดจำ 10 SGD. ด้วย ดี๊ดี 🙂

ภารกิจต่อไปคือ Refund จ้าาาา ในเมื่อเราต้องการเงินติดตัวกลับบ้านด้วย นิดหน่อยก็ยังดีก็ต้องเอาบิลที่ซื้อของมา refund สำหรับการทำ refund ที่นี่ง่ายมากเพราะเขาใช้ระบบตู้อีเล็กทรอนิกส์ ไมได้ใช้คนเลย แต่ทุกจุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ ถ้าเราทำไม่เป็นก็ถามเขา ถือว่าง่ายมาก ระบบเขาดีกว่าที่สวีเดนด้วยซ้ำเพราะที่นั่นยังใช้คน

ได้เงินคืนนิดหน่อยจากการ Refund ก็สบายใจแล้ว ต่อมาก็เช็คอินกันค่ะ ใช้ตู้เช็คอินเหมือนกัน ไม่ต้องผ่านคนเลย ง่ายๆจบปิ๊งแค่ภายในเวลา 3 นาที

สรุประยะทางการเดินในแต่ละวัน ตามภาพด้านล่างนี้เลยค่ะ รวมสามวันเดินไป 38 กิโลฯ โอ้วว..แม่เจ้า แนะนำเลยว่าบ้านนี้เมืองนี้ถ้าคิดจะมาเที่ยวคุณต้องเดิน เพราะฉะนั้นรองเท้าควรใส่ผ้าใบหรือไม่ก็เลือกคู่ที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง ใส่แล้วสบายเป็นหลัก ไม่ต้องเน้นความสวยงามเพราะคุณอาจจะได้สลัดมันทิ้งกลางทางแน่นอน คอนเฟิร์ม !!

 

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร เดินทาง เฉลี่ยนที่คนละ 10,000 บาท (โดยประมาณ) เพราะค่าใช้จ่ายอื่นๆไม่ค่อยแพงจะไปหนักที่ค่าโรงแรมอย่างเดียว

สิ่งที่ประทับใจในทริปนี้

1.ทุกคนมีจิตสำนึกดีในเรื่องที่นั่งสำหรับเด็ก คนแก่ คนท้อง คนพิการ ในรถไฟฟ้า
2.คนสูบบุหรี่ ยืนสูบเป็นที่เป็นทาง ตามจุดที่กำหนดไว้
3.บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยดี
4.ห้องน้ำฟรีมีเยอะแยะ และที่สำคัญสะอาดด้วย

ข้อควรรู้

1.ประเทศนี้เขายืนชิดซ้ายกันนะจ๊ะบนบันไดเลื่อน(จะตรงข้ามกับบ้านเรา)

2.สนามบินมีทั้งหมด 4Terminal (T1,T2,T3,T4) อย่าหลงล่ะ เดี๋ยวจะเสียเวลาเอา ตกเครื่องแล้วซวยเลย
3.Tax Refund มีอยู่ทุกเทอมินอล ไม่ต้องกลัวว่าจะหาไม่เจอ เด่นสง่ามาก

4.บัตร TOURIST PASS ซื้อได้ที่สถานีในสถามบินเลย ขากลับก็คืนที่เดิมตรงที่ซื้อ
5.ราคากระเป๋า CHARLES&KEITH ราคาเท่ากันทั้งประเทศ ทุกสาขา แต่ที่สาขาที่สนามบินถุงหิ้วจะสวยที่สุด

6.แนะนำที่พักแถว Bugis เพราะการเดินทางสะดวกมาก อยู่ใกล้กับจุดเปลี่ยนสายของรถไฟฟ้าจะไปใหนก็ง่าย

 

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่จะไปเที่ยวสิงคโปร์กันบ้างนะคะ ขอให้สนุกและมีความสุขเหมือนกับที่เราไปเจอมาค่ะ โชคดี 🙂

 

 

Leave a Reply