เที่ยวไร่รื่นรมย์ ชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์กับอากาศดีๆที่ อ.เทิง จ.เชียงราย

ชีวิตวัยเด็กในช่วงที่เริ่มจำความได้ คิดเป็น พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มักจะมีความรู้สึกหนึ่งมากวนใจตัวเองเสมอว่า “ทำไมฉันต้องเกิดมาเป็นเด็กบ้านนอก” คือชนบทและไกลมากจากแสงสีและความเจริญ แต่พอมาวันนี้ที่ได้เจอไร่แห่งนี้และได้รู้ถึงที่มาที่ไปของไร่รื่นรมย์แล้วทำให้ค้นพบคำตอบแล้วว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนที่โชคดีมากคนนึงเลยแหละ เพราะอะไร ถ้าอยากรู้ตามมาเลยค่ะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง..

ผู้หญิงคนนี้คือ คุณเปิ้ล-ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง ‘ไร่รื่นรมย์’  เป็นบุคคลที่ทำให้เราเจอคำตอบว่า “โชคดีมากที่เกิดเป็นเด็กบ้านนอก” เพราะวิถีชีวิตที่เราได้มาเจอในไร่รื่นรมย์นี้ตลอด 2 วัน 1 คืน มันก็คือชีวิตเรียบง่ายของเราในวัยเด็กนั่นเองและนี่แหละคือสิ่งที่คนในเมืองกรุงไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัส ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในยุคนี้ต้องการ..จริงมั๊ย ?

เครดิตภาพ : ไร่รื่นรมย์ เกษตรอินทรีย์ ท่องเที่ยว ออแกนิค Rai Ruen Rom Organic Farm

“เมื่อเราพอกับตัวเองเมื่อไร เราก็พร้อมที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่น” เป็นประโยคที่สั้นแต่ลึกซึ้งกินใจมาก ถ้าอยากรู้ว่าทำไมในนี้คงจะอธิบายให้ได้ไม่หมดแนะนำเข้าไปอ่านในเวปของไร่รื่นรมย์เลยหรือจะหาข้อมูลทางโซเชียลก็ได้ เพราะรีวิวนี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์จริงที่ได้ไปสัมผัสมาแล้วว่ารู้สึกยังไงบ้าง เริ่มกันเลยนะคะ

07.09.2562 จากตัวเมืองเชียงรายมุ่งหน้าสู่ อ.เทิง ด้วยระยะทาง 60 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วไร่รื่นรมย์ แต่กว่าจะมาถึงถนนไม่ได้ลาดยางตลอดทางนะจ๊ะ เส้นทางสู่ฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้เริ่มให้เราได้สัมผัสถึงธรรมชาติและกลิ่นอายตั้งแต่ปากทางเข้าเลยจ้า เป็นถนนธรรมดา ดินลูกรัง ถนนอาจจะลื่นแฉะบ้างช่วงฤดูฝน นี่แหละคือมนต์เสน่ห์

ถึงแม้แดดตอนกลางวันจะร้อนจ้าแต่ก็เป็นแดดจากธรรมชาติและไม่มีมลพิษเหมือนเมืองกรุง เรามีเวลาอยู่ที่นี่ 2 วัน 1 คืน รีบเอากระเป๋าไปเก็บในกระโจมและสำรวจบริเวณรอบๆกันดีกว่า

เรามาไร่เพื่อมาสัมผัสกับธรรมชาติถ้าจะนอนตึกสูงเหมือนโรงแรมก็คงจะไม่ใช่ ที่นี่มีที่พักเป็นกระโจมที่มีขนาดใหญ่ มีหลายแบบให้เลือกด้วย ด้านในมีเตียงนอน ผ้าเช็ดตัวและอื่นๆค่อนข้างสะดวก ครบครัน ไม่ต่างจากโรงแรมเลยแหละ

มาพักที่นี่เพื่อมาสัมผัสกับธรรมชาติดังนั้นแอร์ไม่ต้องแค่พัดลมก็พอ ดึกๆมาอากาศก็เริ่มเย็น ตื่นเช้ามีทะเลหมอก ยิ่งถ้าเป็นหน้าหนาวนี่คงฟินกันเลยทีเดียว

มีจักรยานให้ปั่นเพื่อออกกำลังกาย ชมสวน ชมทุ่ง หรือจะชมวิวก็ได้ตามสบายเลยนะคะ

สิ่งที่ขาดไม่ได้ต้องไปสำรวจคือห้องน้ำ เพราะจำเป็นมากกก..เนื่องจากเราพักกระโจมแบบไม่มีห้องน้ำในตัวดังนั้นเราจึงต้องใช้ห้องน้ำรวม ซึ่งจะมีแยกห้องน้ำหญิง ชาย อย่างชัดเจน

ส่วนด้านในก็จะมีแยกอีกระหว่างห้องอาบน้ำกับห้องน้ำ ถือว่าออกแบบได้เป็นสัดส่วนและคำนึงถึงผู้ใช้งานดีค่ะ

ถ้าเทียบจากจำนวนกระโจมและขนาดของห้องน้ำแล้วถือว่าเหมาะสมดี แน่นอนว่าทุกคนไม่ตื่นมาทำภารกิจพร้อมๆกันและไม่ต้องแย่งกันชัวร์

เนื่องจากว่าวันแรกพวกเรามาถึงที่ไร่ช่วงบ่ายเลยทำให้มีเวลาในการทำกิจกรรมไม่มาก วันนี้เลยได้ทำแค่กิจกรรมผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ บอกเลยว่าตื่นเต้นเพราะยังไม่เคยทำมาก่อน

เนื่องจากที่นี่เป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์และเน้นเกี่ยวกับออร์แกนิค ดังนั้นวัตถุดิบและสีที่ได้มานี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ได้มาจากธรรมชาติ ไม่อันตราย เช่น ผ้ามัดย้อมสีจากไม้ประดู่ หรือสีโคลน ซึ่งเป็นโคลนจริงๆที่เอามาจากดินในไร่เท่านั้นเพราะเขามั่นใจว่าไม่มีสารเคมีมาปนเปื้อน

สีสันของผ้าก็จะแตกต่างกันไปตามวัตถุดิบ พอได้ลองทำเลยรู้ว่ามันก็ไม่ได้ยากอ่ะ และแถมสนุกด้วยในขั้นตอนที่เราต้องคิดออกแบบลวดลายลงบนผ้าในแบบที่ไม่เหมือนใคร 555

คนมีศิลปะก็จะได้ผ้าที่มีลวดลายสวยงามจนน่าทึ่ง ส่วนเราเอาแค่พอไปวัดไปวาละกันนะค๊า

แสงแดดเริ่มอ่อนแรง พระอาทิตย์เริ่มจางไป สิ่งที่ใกล้เข้ามาคือความมืดของเวลากลางคืน อย่างที่บอกว่าที่นี่เขาจะเน้นให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกับธรรมชาติให้มากที่สุด ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ไร่นี้ไม่มีการต่อไฟฟ้าเข้ามาจากหมู่บ้านหรือชุมชนเลยเพราะใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากโซล่าเซลล์ล้วนๆ สังเกตว่าไอเดียเกือบทุกอย่างของไร่นี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลและความรู้ชั้นดีให้กับผู้มาเยือนได้เสมอ 🙂

ภาพมุมไกลของดวงไฟอันอบอุ่นจากพลังงานแสงอาทิตย์ และอีกไม่นานจะมีการติดตั้งเครื่องแอร์โดบการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยน๊า อันนี้เจ้าของไร่เขาบอกมา (ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ)

ค่ำนี้เรามีนัดดินเนอร์ใต้แสงจันทร์กันกับหลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นบาร์บีคิว สลัดผักย่าง ลาบปลาทอด ยำจิงจูฉ่าย น้ำพริก+ผักสด และอื่นๆอีกมากมาย

หน้าตาอาหารอาจจะดูบ้านๆแต่รสชาติไม่ธรรมดานะจ๊ะขอบอก ถ้าไม่เชื่อต้องมาลอง !!
อ้อ..ลืมบอกไปที่นี่ไม่มีน้ำอัดลมนะจ๊ะ ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด

บรรยากาศมื้อค่ำแบบ Slow Life ไม่ต้องรีบ กินไปคุยกันไปเพลินดี

จบจากมื้ออาหารก็มานั่งตั้งวงรอบกองไฟสนุกสนานกันไป ดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบสุดๆกันไปเลยสำหรับค่ำคืนนี้

08.09.2562 เวลา 08.00 น. ได้เวลาของมื้อเช้าแล้ว มาลุ้นกันค่ะว่าเช้านี้เราจะได้ทานอะไรกันบ้าง

ออเดิร์ฟมาแล้วเป็นขนมปังสูตรของทางร้านเอง วัตถุดิบที่นำมาทำก็จะมีฟักทอง ข้าวหอมนิล มีโยเกิร์ตด้วย อร่อยมากเลย ที่ชอบสุดคือขนมปังซึ่งกินเฉยๆก็อร่อยอะ ไม่ต้องราดน้ำผึ้งก็อร่อย ชอบมากก

มีอีกค่ะออเดิร์ฟยังไม่จบ สลัดผักสดๆจากในไร่เลย มีดอกไม้มาผสมด้วย ทานได้ปลอดภัยและอร่อยด้วย

นี่ไงเมนูหลักของพวกเรามาแล้ว มีทั้งข้าวต้ม ข้าวผัดและเมนูไข่ เอาจริงๆคืออิ่มตั้งแต่ออเดิร์ฟละ ถ้ารู้ว่าจะเยอะขนาดนี้ ต้องมีการวางแผนการกินดีๆจะได้ลองทานทุกอย่าง 555

แก้วเขียวๆนี้น้ำอะไรน๊าาา..ชาเขียว ใบบัวบกหรืออะไร เฉลยเลยละกัน “น้ำจิงจูฉ่าย” เป็น Signature ของที่นี่เขาเชียวนะ น้ำดื่มเพื่อสุขภาพด้วยคุณประโยชน์มากมาย ใหนๆก็มาถึงไร่แล้วอย่าลืมลองกันนะคะ

ไร่รื่นรมย์มีทั้งแพะและแกะ ซึ่งเราสามารถให้อาหารได้ โดยเฉพาะลูกๆที่จะอยู่ในคอกริมทางเดินขึ้นร้านอาหาร ถ้าเราผ่านก็สามารถแวะเอาผักให้น้องๆได้นะคะ

ส่วนแพะ แกะ ตัวใหญ่ก็จะมีพื้นที่เป็นของตัวเองอยู่ด้านหลังใกล้ๆกับสวนผัก ซึ่งกว้างและสะดวกสบายต่อการกินอยู่

หลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็มาลุยภารกิจกันค่ะ เริ่มจากให้อาหารแพะ แกะ แล้วก็ตามด้วยการเก็บผักสำหรับทำสลัดมื้อเที่ยง เรียนรู้ถึงวิธีการตัดต้นจิงจูฉ่ายที่ถูกวิธี

รู้ลึก รู้จริงถึงวิธีการเก็บผัก

เคยสงสัยกันมั๊ยว่าทำไมบางทีเราไปกินสลัดที่ร้านแล้วรู้สึกว่าผักมันขม วันนี้เราก็เลยได้คำตอบว่า ผักสลัดจะมีอายุการเก็บของมันอยู่ที่ 45 วัน ไม่ควรเกินนี้ ซึ่งถ้าเราเก็บช้ากว่านั้นสีของผักก็จะเริ่มเข้มและขม อีกอย่างหนึ่งคือเราควรเก็บผักช่วงเช้าก่อนแดดออกหรือช่วงเย็นเพราะผักสลัดจะมียางค่อนข้างมาก พอแดดแรงผักก็ยิ่งผลิตยางออกมามากเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำมากจากสภาวะคายน้ำนั่นเองค่ะ

ได้ความรู้กันแล้ว อย่าลืมนำเทคนิคดีๆนี้ไปใช้กันนะคะ ผู้เขียนเองก็เพิ่งถึงบางอ้อเหมือนกัน

จบจากเก็บผักก็มาเก็บดอกไม้กันต่อค่ะ เก็บดอกอัญชัญ จะบอกว่าดอกอัญชัญที่ไร่นี้สดและปลอดสารพิษ สามารถเก็บแล้วทานได้เลยนะคะ เราได้ทดลองมาแล้ว รสชาติออกหวานนิดๆ

ดอกมีสีม่วงเข้ม ใหญ่และสวยงามมาก

สถานีต่อไป..ไข่ทรงเครื่อง อาจจะดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่ชอบทำอาหารอยู่แล้ว แต่กับเราผู้ซึ่งไม่ถนัดในงานครัวก็จะเกร็งหน่อยๆกับการกระเทาะเปลือกไข่(ไม่ให้แตก) จริงจังและตั้งใจมากกว่าจะออกมาเป็นไข่ทรงเครื่องสูตรฉันเอง 555

เหตุผลที่ต้องจริงจังเพราะเราจะเป็นผู้ที่ได้กินไข่นั้นในมื้อเที่ยง555 จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็โทษใครไม่ได้นะจ๊ะงานนี้ เพราะมีชื่อเขียนติดบนไข่กันทุกคน ไม่มีสลับ ไม่มีหลงกันแน่นอน

ยังค่ะ ยังไม่จบเรื่องไข่ๆ..มาต่อกันที่ไข่เค็มออร์แกนิค ทำไมถึงกล้าเรียกว่าออร์แกนิค ก็เพราะว่าเราใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไงคะ ไม่มีสีหรือสารเคมีปนเปื้อนแน่นอน อย่างเกลือที่ใช้ก็เป็นเกลือสินเธาว์ จากน่าน ดินก็เป็นดินจอมปลวก และสีดำๆคือแกลบที่เผาจนไหม้เกรียมสำหรับรักษาความชื้น เห็นมั๊ยคะ เขาใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ

สนุกสนานกันใหญ่ปั้นดิน ห่อไข่เป็ด คลุกแกลบเผา

สุดท้ายก็กลายเป็นไข่เค็มออร์แกนิค มาพร้อมกับวันที่กำกับว่ากี่วันได้ไข่ดาว กี่วันได้ไข่ต้ม

จบจากเรื่องไข่ๆเราก็มาต่อกันอีกที่สถานีผักสลัด

นี่แหละค่ะผักที่เราเก็บเมื่อเช้า เรากำลังจะทำสลัดหนึ่งเดียวในโลกกัน จัดจานของใครของมันเลย ความสวยงามไม่เหมือนกันแน่นอน

ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการทำขนมวอลเฟิล (มีคาวก็ต้องมีหวานตาม) วอลเฟิลที่นี่ใช้แป้งของตัวเองนะจ๊ะไม่เหมือนใครแน่นอน นอกจากจะคำนึงถึงความอร่อยแล้วเขายังคำนึงถึงประโยชน์ด้วย เรียกว่าอร่อยแบบเริ่ดๆกันไปเล๊ยย

หน้าตาขนมวอฟเฟิลของพวกเราก็จะประมาณนี้..น่าทานใช่มั๊ยล่ะ

หน้าตาสลัดที่จัดทำกันเอง หน้าตาสวยงามผ่านนน..อร่อยไม่อร่อยอยู่ที่น้ำสลัด 555

เมื่ออาหารมารวมกันอยู่บนโต๊ะกับข้าว..ว่าโต๊ะใหญ่แล้วพอกับข้าวมาลงปุ๊บโต๊ะเล็กลงปั๊บ !
สรุปคือกิจกรรมทั้งเช้าของพวกเราก็เพื่อสิ่งนี้ ถึงเวลายินดีปรีดากันล๊าวว 🙂

ให้ทายว่าบนโต๊ะนั้น 4 คน ทานหมดมั๊ย? ตอบให้ก็ได้ค่ะว่าไม่หมด แต่พวกเราก็ยังไม่หยุดที่จะกิน ! ขอต่อด้วยอาหารหวานแป๊บ..อร่อยใจละลายทั้งไอกรีมและวอลเฟิล

ก่อนกลับพาทุกท่านแวะมาดูของฝากกันค่ะ เผื่อต้องการหิ้วไปฝากครอบครัว เพื่อนร่วมงาน คนรู้จักหรือจะหิ้วกลับไปให้ตัวเองเพราะติดใจก็ได้หมดนะคะ

ข้าวออร์แกนิคและน้ำผึ้งแท้

ก่อนจบรีวิวผู้เขียนมีข่าวดีมาบอกค่ะ ถ้าใครที่สนใจ กำลังวางแผนว่าจะไป หรือมีคนรู้จักที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวที่ไร่รื่นรมย์แห่งนี้ เรามีส่วนลด 7% ให้ค่ะ ซึ่งผู้อ่านสามารถนำโค้ดนี้ไปใช้ได้ตลอด ทุกครั้งที่ไปสามารถใช้ได้ ไม่มีวันหมดอายุ แต่มีข้อแม้ว่าต้องแจ้งที่แคชเชียร์ก่อนใช้บริการนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการมาทานอาหาร หรือเข้าพัก ต้องแจ้งก่อนใช้บริการเพื่อรักษาสิทธิ์ สำหรับโค้ดคือ hugruenrom นั่นเองค่ะ อย่าลืมบอกต่อกันเยอะๆนะคะ 🙂

Leave a Reply