[แชร์ประสบการณ์] เมื่อฉันเป็น “ไขมันเกาะตับ”


“You are what you eat” คุ้นหูกันบ้างมั๊ยคะกับประโยคนี้ สั้นๆแต่ได้ใจความสามารถสื่อความหมายออกมาได้ตรงเลยทีเดียว มากไปกว่านั้นคือโดนมากต่อผู้เขียนในขณะนี้เพราะเหตุการณ์ต่อไปนี้ที่นำมาเล่าเป็นเรื่องจริงของผู้เขียนเองเรื่องไขมันเกาะตับ วัตถุประสงค์คือตั้งใจจะมาเตือนให้ผู้อ่านทุกท่านดูแลสุขภาพและควบคุมความอยากของตัวเอง อย่าตกเป็นทาสของกิเลศเพราะความซวยมันจะบังเกิด

กินเยอะก็จุกท้อง กินน้อยก็แน่นหน้าอก ท้องคือป่องตลอดเวลาตั้งแต่เช้ายันค่ำ คือเราพอจะเดาได้นะว่ามันไม่ปกติเพราะก่อนหน้านั้นจะเป็นคนที่ทานเยอะเท่าไหร่ก็ตามพอตื่นมาหน้าท้องก็จะยุบ แต่รอบนี้มันไม่ใช่แบบนั้น ด้วยความที่เป็นคนขี้สงสัยอยู่แล้วจึงค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต คนที่มาแชร์ประสบการณ์คืออาการเหมือนเรามาก สรุปบางคนก็เป็นเนื้องอก บ้างก็เป็นซีสต์ เอาล่ะซิใจคอไม่ดีแล้วต้องรีบไปตรวจบ้างละ

วันถัดมาไปพบคุณหมอทางเดือนอาหาร เท่าที่ดูคุณหมอก็บอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติแต่เพื่อความชัวร์แนะนำให้อัลต้าซาวนด์กับเจาะเลือด มีหรือที่คนขี้ระแวงและสงสัยอย่างเราจะไม่ทำตาม จัดไปตามที่คุณหมอแนะนำ สรุปผลออกมาคือไขมันเกาะตับหรือที่หลายๆคนนิยมเรียกว่าไขมันพอกตับนั่นเอง สองคำนี้เหมือนกันแล้วแต่จะถนัดเรียกแบบไหน โชคดีว่าไขมันยังเกาะไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้าเทียบก็น่าจะเป็นระยะแรกจากทั้งหมดมี 4 ระยะ คุณหมอเลยให้กลับไปดูแลตัวเองแล้วค่อยมาตรวจใหม่อีก 3 เดือนข้างหน้า

จะพาทุกคนมาดูสาเหตุ ที่มาที่ไปและวิธีการรักษาของโรคไขมันเกาะตับกันนะคะ เพื่อที่จะได้ระวังไม่ให้เกิดกับตัวเอง ถึงแม้ว่าไขมันเกาะตับจะไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่การที่เราไม่มีจะดีกว่าค่ะ

จากที่ไปหาข้อมูลมาพอจะสรุปสาเหตุได้ 2 อย่างคือ
1. จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากและต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน
2. สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ทานอาหารที่มีพลังงานสูง พันธุกรรม การติดเชื้อต่างๆ หรือแม้แต่การเป็นเพราะผลข้างเคียงของฤทธิ์ยาบางชนิด เป็นต้น

สำหรับผู้เขียนเนื่องจากเป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์และรู้สาเหตุที่ชัดเจนว่าตัวเองเป็นไขมันเกาะตับเพราะกินอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรัลสูง รวมถึงอาการที่เป็นตอนนี้มันยังไม่มากคุณหมอจึงไม่จ่ายยาลดไขมัน

แนวทางการป้องกันและรักษา มีดังนี้ค่ะ
1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรัลสูง
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่าเน้นที่ความอร่อย ( สำคัญมาก )
3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 4-5 วัน ครั้งละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ
4. สำหรับคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรหลีกเลี่ยงหรืองดเลยยิ่งดี สำหรับผู้เขียนคือไม่ดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว
5. แนะนำให้ไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามดูความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแต่มันยากมากเลยนะสำหรับคนที่ Enjoy eating อย่างผู้เขียน แต่สุขภาพต้องมาก่อนเพราะสุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นเราควรที่จะทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดถ้าไม่อย่างนั้นโรคอื่นๆอาจจะตามมาได้ สำหรับคนที่กำลังระแวงหรือสงสัยว่าตัวเองน้ำหนักเยอะมีโอกาสจะเป็นไขมันเกาะตับรึเปล่าแนะนำให้ไปพบคุณหมอดูนะคะ ถึงแม้ว่าเราจะเสียเงินค่าตรวจรักษาแต่เชื่อเถอะว่าในระยะยาวมันคุ้มกว่าแน่นอนกับการที่เราจะต้องเสียเงินก้อนใหญ่ๆในการรักษาโรคต่างๆที่เป็นผลพวงจากไขมันเกาะตับ อย่าได้ชะล่าใจหรือนิ่งดูดายนะคะไขมันเกาะตับเป็นอีกหนึ่งโรคเงียบที่เราควรระวัง !

————————————————————————
อัพเดทอีกครั้งเพราะไปพบคุณหมอมาแล้วครั้งที่ 2 วันที่ 14 สค. 2563 ( 3 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก )

บอกเลยว่าตัวเลขน้ำหนักของ 3 เดือนนี้แทบไม่ต่างกันเลยเพราะน้ำหนักลงมานิดเดียวเอง แต่สิ่งที่เรามั่นใจมากคือเรื่องพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงคือหันมากินผัก กินปลา อาหารพวกแป้ง ไขมันเราแทบจะไม่แตะ ( ระวังมากขึ้น กินน้อยมาก ) สำหรับการมาตรวจครั้งนี้เราคาดหวังว่าไขมันที่เกาะตับนั้นจะลดลงบ้าง แต่ผลการตรวจอัลตร้าซาวด์สรุปออกมาว่าไม่มีไขมันเกาะตับแล้วจ้า เราดีใจมากถึงมากที่สุดเพราะผลออกมาดีเกินคาด ( ดีใจสุดๆ ) แต่คุณหมอก็ยังเตือนไห้ระวังและควบคุมเรื่องน้ำหนักเพราะกลัวว่ามันจะเกินมาตรฐาน ซึ่งเราก็รู้ตัวเองดีและกำลังพยายามอยู่ สุดท้ายนี้อยากจะฝากคุณผู้อ่านจริงๆว่าให้ดูแลสุขภาพและเรื่องอาหารการกินของตัวเองเพราะมันสำคัญจริงๆค่ะ “you are what you eat” อย่าลืมคำนี้นะคะ แล้วสุขภาพที่ดีจะอยู่คู่กับตัวคุณไปตราบนานเท่านาน
ค่ะ

Recent Content