เที่ยว Hungary แทนอิตาลี 3D/2N (เพราะโควิด-19)


ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสแฝงอยู่เสมอขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเห็นมันรึเปล่า ไม่ต่างจากทริปนี้ที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้แพลน ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนเลย เพราะแผนจริงๆคือจะไปเที่ยวอิตาลี วางแผนทริป 10 วัน 4 เมืองไว้อย่างดิบดีแต่สุดท้ายแล้วก็ต้องมาอกหักเพราะโควิด-19 ระบาดหนักและเป็นข่าวดังทั่วโลกก่อนเดินทาง 1 วัน

ถามว่าเสียใจมั๊ยที่ไม่ได้ไปอิตาลี? ก็ไม่เท่าไหร่นะแต่เสียดายเงินค่าตั๋วเครื่องบินมากกว่าเพราะต้องยอมทิ้งเงิน 7,xxx บาท ( 2 คน) บินจากสวีเดน-อิตาลี แต่ก็ถือว่าโชคดีเพราะมันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงจริงๆกับโรคร้ายนี้

25.02.63 เรานั่งเครื่องบินของสายการบิน Ryan Air (Low Cost) ประหยัดงบ ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปที่ต่อจาก Bergen นะคะ เพียงแต่ว่าเราแว๊ปกลับสวีเดน 1 วันเนื่องจากมีธุระ ขึ้นเครื่องช่วงบ่ายจาก Gothenburg- Hungary ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ ถือว่าไม่นานแต่มาถึงสนามบินก็มืดแล้ว ด้วยความที่เราไม่มีแพลนเลยจริงๆ ไม่มีเวลาศึกษาข้อมูลของประเทศนี้มาก่อน พอลงจากเครื่องเดินเข้าอาคารผู้โดยสารเห็นเคาเตอร์ขายตั๋ว Hop on Hop off เลยเดินไปถามข้อมูล สรุปจบที่ซื้อตั๋วนี้แบบ 48 hrs. รวมค่ารถ Mini Bus ส่งถึงโรงแรม

มีเวลาอยู่ฮังการี 2 คืน เราพักที่ Hilton Budapest ( castle district ) ที่ต้องวงเล็บไว้แบบนี้เพราะมี Hilton อยู่ 2 ที่ค่ะกลัวจะงงกัน โรงแรมระดับ 5 ดาว วิวดี อาหารเช้าอย่างเริ่ด แน่นอนว่าต้องแพงแต่เรากำลังเที่ยวช่วง Low Season กันอยู่ (บอกตรงๆว่าตอนแฟนจองที่พักเราไม่รู้ ไม่งั้นโดนเบรคแน่) รู้ว่าจะได้มาพักที่นี่ตอนจองเสร็จแล้ว..หึหึ

ความสวยงาม สะดวกสบายก็สมราคาแหละค่ะ คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 5,xxx บาท/คืน เฮ้ออ..เสียดายเงิน แต่แฟนก็บอกว่าอยากลองพักสบายๆบ้าง ( คิดในใจ..ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ลำบากนะ สำหรับยุโรป 2-3 ดาวก็พอแล้วมันแพงง ! )

ห้องน้ำกว้างขวางเป็นระเบียบ พอๆกับโรงแรมที่ไทย แต่ห้องพักเราไม่มีวิวสวยๆนะเพราะได้ชั้น 2 ( คนที่เคยจองที่พักกับ Agoda หรือ Booking จะรู้ดี555 ) แต่เราไม่ซีค่ะเพราะเท่านี้ก็แพงแล้ว

จากสนามบินมาถึงโรงแรมใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึงโรงแรมทุ่มกว่า เช็คอินเสร็จเราก็พากันเดินออกมาหาของกิน แล้วก็ได้ภาพสวยๆนี้มา Matthias Church อยู่ใกล้โรงแรมเลย

แต่ที่น่าสนใจกว่าในตอนนี้คือสิ่งนี้ค่ะ กูลาช ซุป ( Goulash Soup ) หนึ่งในอาหารประจำชาติของฮังการีถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของประเทศเลยก็ว่าได้ ( ถ้าไม่ได้กินแสดงว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ ) ตอนแรกแฟนก็กลัวว่าเราจะกินไม่ได้เพราะเป็นคนไม่ชอบอาหารสไตล์นี้ แต่ที่ไหนได้เรานี่แหละหม่ำจนเกลี้ยง 555 อร่อยมาก

เมนูออเดิร์ฟสำหรับเรียกน้ำย่อย..แต่สำหรับเราคือแค่นี้ก็อิ่มแล้วนะ ซุปกูลาชเมนูนี้ต้องห้ามพลาด รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม เนื้อนุ่ม ทุกอย่างลงตัวมาก”อร่อย”

Gulyasleves+Kacsamell อร่อยทั้งสองเมนูเลย
ส่วนเมนูในจานนี้ชื่อ Mangalica เป็นเนื้อหมูนุ่ม กลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกับผักเป็นเครื่องเคียง

เมนูหลักกว่าจะมาเราก็ซัดออเดิร์ฟไปซะอิ่มเชียว จบจากมื้อค่ำก็กลับที่พัก นอนเก็บแรงเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเที่ยวกัน
ขอแปะพิกัดร้านเผื่อมีเพื่อนๆสนใจไปลองทานซุปกูลาช ชื่อร้าน Ramazuri Bistronomy

จานนี้ของเราเมนูเป็ด Mentes Szentkiralyi ชื่ออ่านยากมากเลย 555++

26.02.63 สวัสดีเช้าวันใหม่แต่ใยฟ้าไม่สดใสให้เราเลย ^^ ทุกที่ที่ไปที่ไหนก็แล้วแต่ไม่ฝนก็เมฆครึ้มไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าฟ้าจะแกล้งกันไปถึงไหน555 วิวต่างฝั่งโรงแรมที่เราพักค่ะบนนี้เขาจะเรียกว่า Castle District บนนี้ทุกอย่างแพงกว่าข้างล่างไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร โรงพยาบาล เดาว่าแพงเพราะวิวดีนี่แหละ

วิวตอนเช้าของ Matthias Church ที่เราเดินผ่านมาเมื่อคืนค่ะ

ภาพนี้เน้นวิวค่ะไม่เน้นคน555++

ดูเก่าแก่แต่สวยงาม..

วิวจาก Fisherman’s Bastion มองข้ามแม่น้ำไปที่เห็นไกลๆโน้นก็จะเป็น Hungarian Parliament Building เดี๋ยวเราค่อยไปฝั่งโน้นกันนะคะ แต่ตอนนี้ขอเดินชมแถวนี้ก่อน

เที่ยวยุโรปมากว่า 10 ประเทศแล้ว สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่คือสวยงาม อลังการและคล้ายๆกันเกือบทุกประเทศ แต่พอมาเห็นฮังการีนี่ถึงขั้นต้องร้อง..โอ้วโหวว ที่จริงมันก็เหมือนประเทศอื่นแหละแต่มันใหญ่ไง สถานที่สำคัญแต่ละที่คือใหญ่อะ ใหญ่มาก ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนเขาจะสร้างใหญ่ๆไปทำไม 555

ใหญ่ไม่พอแถมสวยอีกต่างหาก ถ้าเป็นการก่อสร้างในสมัยนี้คงใช้งบเยอะมากกกก

เอาล่ะ ในละแวกใกล้เคียงกับที่พักเราก็เดินเสร็จละ ทีนี้เราจะมาเริ่มใช้ Hop on Hop off กัน ซื้อตั๋วมาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม เริ่มต้นด้วยการโหลดแอพฯ (ตามที่เขาแนะนำ) อยากไปที่ไหน จุดไหน รถบริการอยู่ตรงไหนแล้วบ้าง เราสามารถดูจากในแอพฯได้เลย

อันนี้จะเป็นจุดบริการของ Hop on Hop off มีกระจายอยู่ทั่วทุกจุด สังเกตได้ง่ายเพราะเป็นสีแดงเด่นๆ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ไปถาม จนท.เขาได้ (บอกไปว่าเรามีตั๋วของเขา)

เราขึ้นรถตรงสถานีใกล้ๆกับสะพาน Széchenyi Chain Bridge เป็นสะพานที่สวยและใหญ่มากเพื่อให้รถได้วิ่งไปมาระหว่าง buda กับ pest โดยมีแม่น้ำดานูป (Danube) คั่นกลาง

ครั้งแรกที่ขึ้นรถเขาจะมีแจกหูฟังให้เราด้วย สามารถฟังบรรยายไประหว่างนั่งรถเขาจะอธิบายว่าแต่ละจุดคืออะไร นั่งรถยาวมาถึง Heroes’ Square (Hősök tere) – จัตุรัสวีรชน เราตั้งใจมาปักหมุดที่นี่ก่อนเพราะดูจากแผนที่แล้วไกลสุด หลังจากนั้นจะค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ที่พักเพื่อความสะดวก

Heroes’ Square (Hősök tere) – จัตุรัสวีรชน  ถ้าเทียบกับบ้านเราก็น่าจะเหมือนอนุสาวรีชัยสมรภูมิ อารมณ์ประมาณนั้นค่ะ มีลานกว้างหามุมถ่ายรูปใกล้ไกลได้สบาย อิอิ

ติดกับจตุรัสวีรชนก็จะมี Museum of Fine Arts เราไม่ได้เข้าไปข้างใน ถ่ายรูปแค่ด้านหน้าก็พอเพราะเป็นคนไม่สันทัดเรื่องประวัติความเป็นมา ขอแค่ได้ถ่ายรูปและมาถึงก็พอ หุหุ

ภาพล่างนี้ก็เป็น Museum of Fine Arts เหมือนกัน 2 อาคารนี้อยู่ขนาบข้างจตุรัสวีรชนเลย

ใกล้ๆ Heroes’ Square จะมีสวนให้เดินเราพากันเดิมอ้อมมาเพื่อสำรวจพื้นที่ แล้วก็เจอ Budapest Zoo & Botanical Garden ที่จริงกะว่าจะเข้านะเพราะตั๋ว Hop เราสามารถใช้เป็นส่วนลดได้ แต่ที่นี่เขารับแค่เงินสดจ้าแล้วต้องเป็นเงินของเขาด้วย ไม่รับเงินยูโร เนื่องจากว่าเรายังไม่ได้กดเงินก็เลยอด เดินเล่นกันต่อ..

เดินวนรอบสวนจนมาเจอประตูนี้ Magyar Mezogazdasagi Muzeum หรือ Museum of Hungarian Agriculture นั่นเอง

อาคารข้างในนี้สวยมาก ดูความอลังการของการก่อสร้างจากภาพประตูด้านล่างนี้สุดยอดมากจริงๆ

มีแต่มุมถ่ายรูปสวยๆ ประวัติความเป็นมาเราไม่เน้นเพราะเราจะโฟกัสแต่ความสวยงามและบรรยากาศ 555

อยากรู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีรากไม้ถึงเลื้อยได้สูงและเยอะจนปกคลุมทั่วตึกขนาดนี้ ดูสวยงามแบบมีมนต์ขลัง ^^

มีลานไอซ์สเก็ตอยู่ข้างๆ Museum นี้ด้วยชื่อ Varosligeti Ice Skating Rink กว้างใหญ่พอสมควรแต่ช่วงนี้ไม่มีคนมาเล่น

อันนี้ให้ดูรถ Hop on Hop off ที่เรานั่งค่ะ เนื่องจากวันนี้ฝนปรอยๆ(ทั้งวัน) เขาก็เลยต้องมีหลังคาด้านบนไม่ได้ open air

ความแตกต่างของแต่ละประเทศย่อมมีเป็นปกติไม่ว่าจะโซนเอเชียหรือยุโรป แต่ของที่นี่มันเสียวไปมั๊ยกับการจอดรถแบบนี้ ซึ่งรถบัสคันใหญ่ที่เรานั่งก็ขับผ่านไปได้นะ (เขาคงชิน) แต่ถ้าเป็นบ้านเราคงเฉี่ยวซ้าย เฉี่ยวขวาอะ แล้วถ้าเป็นคนเมาขับนี่ไม่ต้องพูดถึง 555

จบจากโซนจตุรัสวีรชนเราก็นั่งรถกลับเข้ามาในโซนที่มีผู้คนพลุกพล่านเพื่อที่จะมาชิมของอร่อย (คนเขาว่ามา)

New York Palace เพื่อที่จะมาพักเบรค (พักเมื่อย) ที่ New York Cafe

เป็นร้านอาหารที่เขาบอกว่าถ้ามา Budapest คุณต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้สักครั้งในชีวิต เป็นคาเฟ่ที่มีบรรยากาศยิ่งใหญ่สุดอลังการมากและคนก็ต่อแถวกันเยอะมาก

มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกทาน แต่เท่าที่สังเกตส่วนใหญ่คนก็มาเพื่อทานขนมและเครื่องดื่ม ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าราคามันสูงมากกกก ทุกคนคงคิดเหมือนเราว่ามาเพื่อถ่ายรูป เอาบรรยากาศ จะได้รู้ว่าฉันมาถึงแล้วนะ

สวยงามทุกมุม ลูกค้าเนืองแน่นตลอดเวลา พนักงานเสิร์ฟแต่งตัวดูดีมากแต่ละคนถูกฝึกมาอย่างดี พูดจาไพเราะเพราะพริ้ง

และแล้วของที่เราเลือกก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ทั้งหมดทั้งมวลนี้ค่าเสียหายรวม 10,005 HUF แปลงเป็นเงินไทยก็ 1,xxx up (อยู่ไทยกินข้าวได้หลายมื้อ) แต่ถือว่าครั้งหนึ่งในชีวิตละกันอีกหน่อยจะได้เล่าให้ลูกหลานฟังได้ (ปลอบใจตัวเองไปไกลเชียว555) ว๊อคโกแลตร้อนแก้วละ 10 ยูโร ถามว่าอร่อยมากมั๊ย ก็เฉยๆอะ (บอกแล้วว่าเข้ามาเพื่อแชะภาพ)

อิ่มท้องแล้วร่างกายก็พร้อมไปต่อ เดินไปเรื่อยเปื่อยตาม Google Map จนมาเจอ Hungarian State Opera อันสวยงาม (ถูกปกปิด) เพราะเขากำลังรีโรเวทอยู่ ผ่านค่ะเดินผ่านไปเลยไม่ต้องแวะ

เดินเข้าไปด้านหลัง Hungarian State Opera เราก็จะเจอ St. Stephen’s Basilica อันโดดเด่นและสวยงามตระการตา

มุมนี้ถ่ายจากด้านหน้าโบสถ์ลงมา St. Stephen’s Basilica เป็นโบสถ์ที่สวยและใหญ่มาก เราลองเข้าไปดูด้านในกันค่ะ

สวยงามโอ่อ่า เต็มไปด้วยศิปะและลวดลายอันน่าทึ่ง

กว้างขวางมีที่นั่งเยอะแต่เข้าไปนั่งไม่ได้นะจ๊ะ นักท่องเที่ยวเดินชมอย่างเดียวจ้า

เอาจริงๆแล้วเราไม่ค่อยได้นั่งรถนะไม่รู้ว่าซื้อตั๋วมาทำไม เดิน 80% ได้ ตะลอนครึ่งค่อนวันก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะอากาศมันหนาว จบจากโซนที่มีคนพลุกพล่านเราก็เดินออกมาข้างนอกบ้าง ริมแม่น้ำดานูป เห็นคนเยอะๆก็เลยมาดูว่าเขามุงอะไรกัน (เหมือนไทยมุงรึเปล่า)

พอมาเห็นก็ถึงบางอ้อ เขามาถ่ายรูปรองเท้ากันนี่เอง อิอิ

Shoes on the Danube Bank รูปหล่อจำลองทำด้วยเหล็กของรองเท้ากว่า 60 คู่ (Shoes on the Danube Promenade) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิว

ถัดจากริมแม่น้ำต่อไปเราก็จะมาที่ Hungarian Parliament Building เพราะอยู่ใกล้กัน

ด้วยความที่ Hungarian Parliament Building นั้นสูงใหญ่และยาวมาก ทำให้เราไม่สามารถถ่ายภาพเต็มได้ งั้นก็ดูกันไปเป็นบางจุดแล้วกันเนอะ

มีเสาธงชาติตั้งอยู่ตรงกลางและมีลานกว้างๆให้ผู้คนได้เดินผ่านไปมา ใหญ่จนเดินไม่รอบ

ทำไม 1 วันของเรามันช่างยาวนาน อิอิ แต่นี่มันก็เริ่มค่ำแล้วนะ พาทุกคนมาเดิน Fashion Street Budapest กัน มาเพื่อหาของกินและหาชุดสำหรับลงบ่อน้ำร้อนพรุ่งนี้ (ไม่ได้เตรียมมาเพราะไม่รู้ว่าจะได้มา)

พลบค่ำผู้คนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆเพราะต่างก็ออกมาหาของกิน พบเพื่อน ช้อปปิ้ง

เดินไปเดินมาเจอป้าย 3D Gallery Budapest ด้วยความที่ตั๋วเราเขาบอกว่าเข้าไปถ่ายรูปฟรีแค่โชว์ Ticket เราก็เลยเดินตามป้ายเข้าไปเรื่อยๆจนเจอ แต่แล้วก็ถ่ายรูปมาแค่ไม่กี่ฉากเพราะรู้สึกว่า Art in paradise ที่ไทยสวยกว่าเลยพากันเดินออกมา คือถ้าเสียเงินซื้อบัตรเราว่าไม่คุ้มอะ ไม่แนะนำ

เดินหาของกินดีกว่า..

ในที่สุดเราก็ได้มื้อเย็น ไปประเทศไหนเราก็อยากจะดื่มด่ำเมนูอาหารของบ้านเขาให้เต็มที่ มื้อนี้จัดไป..

โรตีแบบฮังการี ตามด้วยซุปกูลาชในถ้วยขนมปัง (กินมันไปทั้งขนมปังเลย) และเนื้อย่าง

รสชาติรวมๆแล้วก็โอเค แต่กูลาชของคืนแรกอร่อยกว่าก็น่าจะตามราคาอะนะ เพราะมื้อนี้เสียไปไม่แพง 32.59 ยูโร ถือว่าถูกกว่ามื้อแรก ถูกกว่า New York Cafe ด้วย 555++

กินข้าวเสร็จเราก็นั่งรถเมล์กลับไปฝั่งโรงแรม ( Castle District ) เนื่องจาก Hop on Hop off หมดรอบสุดท้ายตอน 1 ทุ่มเราไม่ทัน แต่ความโชคดีคือคนขับรถเมล์ไม่คิดตังค์จ้าเราก็เลยได้นั่งฟรี (ประเด็นคือซื้อตั๋วออนไลน์ไม่เป็น พอจะไปถามคนขับเขาก็ดันพูดอังกฤษไม่เก่งเลยไล่ให้เราไปนั่ง หุหุ)

กลับไปถึงหน้าโรงแรมแต่ก็ยังไม่ขึ้นห้องกัน เพราะยังข้องใจถ้าไม่ได้ไป Buda Castle เหมือนทริปมันยังไม่สมบูรณ์ เอาวะไหนๆมันก็อยู่บนนี้แล้ว พากันเดินฝ่าลมหนาวในตอนกลางคืนเพื่อให้ได้เห็นกับตา Buda Castle ในยามค่ำคืนก็สวยไปอีกแบบ สวยแบบสงบ เงียบเชียบเลยแหละ (ใครเขามาเดินตอนนี้กันนี่มัน 2 ทุ่มแล้วนะ) ได้รูปแล้วกลับไปนอนได้

27.02.63 เรามีเวลาอีกครึ่งวันจงใช้มันให้คุ้มก่อนที่จะเดินทางต่อในช่วงบ่าย พอทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ (เรื่องอาหารเช้าไม่ต้องอธิบายเพราะระดับ5ดาว อาหารดีเยี่ยม) เราก็ขึ้นไปเก็บของแล้วนั่งแท็กซี่มาบ่อน้ำร้อน (ยังไม่ Check out นะคะ) เรายังต้องใช้ผ้าเช็ดตัวของโรงแรม อิอิ

ฮังการีเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องการแช่อ่างน้ำแร่ (Thermal Bath) ที่สำคัญคือเป็นน้ำแร่ตามธรรมชาติแถมประเทศเขาไม่ติดทะเล จึงทำให้ผู้คนนิยมมาแช่ตัวเพื่อผ่อนคลายเนื่องจากอากาศบ้านเขามันหนาว จะเรียกว่าเป็นกิจกรรมหลักในการพักผ่อนหย่อนใจของชาวฮังกาเรี่ยนก็ว่าได้นะ ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างเราตื่นเต้นมากที่จะได้ลอง

จ่ายค่าบัตรเสร็จเขาจะมีสายรัดข้อมือให้เพื่อสแกนตรงทางเข้าและใช้สำหรับปิด-เปิด Locker ด้วย ตู้สำหรับใส่เสื้อผ้าก็ใหญ่พอสมควรในแต่ละช่อง ยัดกระเป๋าเป้เข้าไปได้สบาย

บ่อน้ำร้อนมีหลายจุดแต่วันนี้เรามาที่ Széchenyi Thermal Bath ด้านในนี้จะมีสระทั้งแบบ In door และ Out door เรามาลองกันว่าแต่ละสระจะเป็นยังไงบ้าง

สำหรับสระ In door นั้นจะเป็นสระเล็กๆแต่ละสระจะมีอุณภูมิความร้อนที่แตกต่างกันไปคนละระดับ คุณสามารถเลือกได้เลยว่าชอบความร้อนระดับไหนตั้งแต่ร้อนมากจนถึงเย็นเจี๊ยบจนใจจะขาด

เมื่อวานได้มาส่องดูจากด้านนอกแล้ว 1 รอบ ช่วงกลางวันคนจะเยอะมาก วันนี้เราเลยรีบมากันตั้งแต่เช้า และแล้วก็เป็นไปตามแผนที่คาดไว้คือคนน้อย โชคดีมากโอกาสนี้ต้องรีบกอบโกย 555

เช้าของเราคือ 8 โมงนะคะ ลงสระแรกๆแดดก็ยังขึ้นไม่เต็มที่เลย พอเล่นน้ำไปสักพักท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงเข้ามา อยากจะบอกว่ามันฟินมากเพราะในขณะที่เราแช่น้ำอยู่อากาศปกติคือ 5-6 องศาฯ แต่ในน้ำแร่นี้ 28 องศาฯ (เขาจะมีนาฬิกาบอกเวลาและป้ายอุณหภูมิบอกไว้)

ตอนนี้เรากำลังอยู่สระ Out door กันค่ะ สระใหญ่ๆมี 2 สระและสระเล็กๆน้อยๆอีกเยอะแยะและที่พิเศษคือมีสระสำหรับคนที่จะว่ายน้ำโดยเฉพาะด้วยเป็นสระยาวและมีช่องเหมือนสระแข่งขันว่ายน้ำเลย แล้วคนที่จะลงสระนั้นต้องจ่ายแพงกว่า(คนละราคา) อุปกรณ์ว่ายน้ำต้องพร้อมด้วยไม่ว่าจะเป็นหมวก แว่นตา ถ้าไม่พร้อมเขาไม่ให้ลงสระ จะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่เพื่อสังเกตการณ์ในแต่ละจุด ถ้าเราซื้อบัตรแบบลงสระเฉยๆแต่จะแอบไปลงสระว่ายน้ำไม่ได้นะโดน จนท.ไล่จ้า เห็นมากับตา 55++ ถามว่าเขาดูจากอะไร ก็สายรัดข้อมือไงจ๊ะ เขาแยกจ้ามันคนละประเภทกัน อย่าได้ลักไก่เชียว !

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้..ชั้นใต้ดินมี Sauna ด้วยจ้า ไม่ลองไม่ได้แล้ว

จะเป็นห้อง Sauna ขนาดใหญ่จุได้ครั้งละ 20 คนได้ แต่ช่วงนี้คนไม่เยอะ 5-6 คนเอง ติดกับห้อง Sauna ก็จะมีสระเล็กๆน้ำเย็นเจี๊ยบให้ลงชุปตัว ตามมาด้วยน้ำแข็งสำหรับประคบผิว มีก๊อกน้ำไว้ล้างตัว เราได้ทดลองมาแล้วทุกอย่างบอกเลยว่าดีค่ะ รู้สึกผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าได้ดีมาก เป็นสถานที่ที่แนะนำให้มาเพราะว่ามันคุ้มจริงๆ

ใช้เวลากับที่นี่เกือบ 2 ชม.ได้เพลินแบบลืมเวลา อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็มาเป่าผม ดีมากเลยที่มีไดร์เป่าผมให้ด้วย 11 โมงกว่ารีบนั่ง Taxi กลับโรงแรมเพื่อ Check out เราจัดการเวลาได้ดีมาก อิอิ

ถึงแม้จะออกจากโรงแรมแล้ว แต่ทริปเรายังไม่จบนะคะ ขอต่ออีกนิดมากันที่ Central Market Hall (Nagy Vasarcsarnok) ตลาดสดใจกลางเมืองแต่เป้าหมายของเราคือมาหาอาหารมื้อเที่ยง

เป็น Hall ที่กว้างมากมี 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นโซนขายผัก ผลไม้และอาหารสด ส่วนด้านบนเป็นเสื้อผ้า ของฝากและร้านอาหาร

พริกปาปริก้า มาที่นี่อย่าลืมหิ้วพริกกลับบ้านกันนะค๊า เราเองก็หิ้วกลับไปเป็นของที่ระลึกเหมือนกัน 1 ขวด 100 ml.เอาขึ้นเครื่องบินได้

จะเป็นของกินหรือของฝากก็มาหาเอาที่นี่ได้

มาจบมื้อเที่ยงด้วยซุปกูลาชอีกแล้วบวกกับไส้กรอกในถ้วยขนมปังแปลกดี บ้านเราใส่ไอติมแต่ที่นี่ใส่ไส้กรอก ถือเป็นการปรับให้เข้ากับสภาพอากาศ

ขอปิดท้ายทริปนี้ด้วยค่าใช้จ่ายและคำแนะนำเล็กๆน้อย (ตามประสบการณ์ของตัวเอง)
ทริป 3 วัน 2 คืนนี้เราหมดเงินไปราวๆ 25,000 บาท (เครื่องบิน ที่พัก ตั๋วเที่ยว อาหารและอื่นๆ) ถ้าไม่พักแพงคงประหยัดได้เยอะ 555
สำหรับคำแนะนำข้อดีข้อเสียมีดังนี้ค่ะ (ดีและไม่ดีสลับกันไป)
1.แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะเพราะถูกกว่า Hop on Hop off.
2.เงินสดของประเทศเขาต้องมีติดตัวไว้บ้างเพราะบางที่ยังรับแต่เงินสด เช่น สวนสัตว์
3.แนะนำให้มาแช่น้ำแร่กันค่ะ แล้วจะรู้ว่าความฟินมันเป็นยังไง
4.ผู้คนไม่ค่อยเป็นมิตร พูดจาแบบไม่สบตาและไม่ใส่ใจ(โดยเฉพาะ พนง.Hop on Hop off)
5.ภาษาอังกฤษไม่ได้แข็งแรงกันทุกคน
6.ซุปกูลาชต้องห้ามพลาด มาถึงถิ่นแล้วต้องลอง
7.ราคาแท็กซี่ไม่แพงและไม่โก่งราคากับนักท่องเที่ยวเหมือนบ้านเรา สามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายได้ (อันนี้ชอบทันสมัยดี)

ที่คิดได้มีเท่านี้แต่รวมๆแล้วฮังการีถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าไปสัมผัส ส่งท้ายด้วยคลิปบรรยากาศของแต่ละจุดมาให้ชมกันค่ะ ทริปหนีโควิด ทริปที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า จัดโปรแกรมกันแบบวันต่อวัน !

ขอบคุณสำหรับการติดตามและอ่านรีวิวมาจนจบบรรทัดนี้(รึเปล่า) ทริปยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เราจะพาทุกคนไปเที่ยวออสเตรียต่อ..แล้วคุณจะรักออสเตรีย !

แนบท้ายทริป :
ทริปแรกออสโล 19.02.63-20.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่สองเบอร์เกน 21.02.63-24.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปต่อจากฮังการี 28.02.63-29.02.63 >> คลิ๊กเลย

Recent Content