5 ข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆและคนรอบข้าง (คนรู้จัก)

ถึงแม้ว่าเงินจะไม่ได้อยู่ในปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพของมนุษย์ แต่ก็ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าแท้ที่จริงแล้วเงินเป็นปัจจัยที่เท่าไหร่กันแน่ บางที่ก็ดูเหมือนจะสำคัญมากกว่าปัจจัย 4 ด้วยซ้ำไป แต่คนก็ยังชอบพูดว่า “เงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้” สรุปแล้วเป็นยังไงกันแน่เราไม่รู้เพราะสำคัญที่สุดคือ ณ. ตอนนั้นคุณตกอยู่ในสถานการณ์ใหน ถ้าทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีก็ไม่มีปัญหา แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อเสียหรือข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆและคนรอบข้าง ซึ่งเราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะเจอเหตุการณ์เหล่านี้ มาดูกันค่ะ

1.อย่าให้คนรู้จักยืมเงิน : ถ้าถามว่าทำไมต้องห้าม แล้วเราจะทำได้เหลอที่จะไม่ให้คนที่เราสนิทสนมหรือรู้จักยืมเงิน ตอบว่าได้ค่ะ แต่เราต้องอาศัยเทคนิคและชั้นเชิงในการปฏิเสธนิดนึง ไม่ใช่ว่าตอบแบบตรงๆเป้งๆเลยว่าไม่ให้ยืม เราควรจะใช้คำพูดแบบมีเหตุผลและอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าทำไมถึงให้ยืมเงินไม่ได้ หรือถ้าสุดทางตันจริงๆไม่รู้ว่าจะปฏิเสธยังไงที่จะไม่ให้ยืมคือเอาเงินตัวเองให้และบอกไปว่าไม่ต้องคืน ถือว่าเราช่วย แต่ถ้าจะมายืมเยอะหรือเต็มจำนวนที่ต้องการเราไม่มี คือสุดท้ายแล้วเขาก็ได้เงินจากเราแหละแต่เป็นไปในรูปแบบช่วยเหลือกัน ให้เท่าที่ตัวเราเองไม่เดือดร้อนและไม่เสียเพื่อนหรือคนรู้จัก เป็นทางออกที่ดีกว่าที่เราจะเสียทั้งเงินและคนรู้จัก จริงมั๊ย?

2.ห้ามเป็นคนกลางเกี่ยวกับเรื่องเงิน : หลายคนอาจจะงงว่าเป็นคนกลางยังไง ง่ายๆเลยคือถ้าเราเป็น B แล้วรู้จักทั้ง A และ C อยู่มาวันนึง A ต้องการใช้เงินและมาขอยืมเรา แต่เราไม่มีเงินให้ยืม จึงอาสาว่าจะไปยืม C มาให้ เคสแบบนี้ต้องระวังเพราะเราเป็นคนกลางนั่นหมายความว่าเราเป็นคนรับประกัน ถ้า A ไม่มีเงินจ่ายคืนให้ C หรือไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตามที่ C ยังไม่ได้เงินคืนนั่นหมายความว่า B จะต้องเป็นคนรับผิดชอบ ทั้งๆที่ตอนแรก B ทำไปด้วยความหวังดีแต่สุดท้ายแล้วคนที่อึดอัด เครียด หนักใจ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนกลางอย่าง B เพราะฉะนั้นคิดให้ดีๆเพราะบางทีความหวังดีก็อาจจะไม่ได้ดีเสมอไป

3.อย่าให้เงินอยู่เหนือความสัมพันธ์ : เงินมีอำนาจมากมายแค่ใหนไม่มีใครรู้และไม่สามารถวัดหรือชั่งน้ำหนักมันได้ แต่เท่าที่มีประสบการณ์บางคนยอมที่จะเสียความสัมพันธ์ดีๆไปเพียงเพราะเงิน ความรู้สึกดีๆ ความห่วงหาอาทร คอยช่วยเหลือกันตลอดเวลาหลายปีกลับจบลงเพียงเสี้ยววินาทีที่เห็นเงินก้อนโต ช่วงเวลานั้นคุณอาจจะมีความสุขเพราะสมหวังที่ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าคนที่คุณตัดเขาออกไปจากชีวิตนั้นมีความสำคัญมากกว่าเงิน เพราะความสัมพันธ์ที่ดีมันไม่ได้สร้างกันได้ง่ายๆ ตรงกันข้ามเงินอาจจะหาได้ง่ายกว่าด้วยซ้ำ ก่อนจะตัดสินใจในเรื่องนี้ให้คิดดูดีๆและประเมินถึงผลกระทบที่จะได้รับด้วย เพราะคุณจะไม่สามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขมันได้อีกต่อไปเพราะเราไม่มี Time Machine

4.อย่าคุยกันเรื่องเงิน : ครอบครัว ญาติ เพื่อนและคนรู้จัก เราสามารถหยิบยกเรื่องต่างๆนาๆมาคุยกันได้ แต่เรื่องเดียวที่ควรจะยกเว้นหรือหลีกเลี่ยงนั่นคือเรื่องเงิน หลายต่อหลายครั้งที่มักจะเห็นพาดหัวข่าวในด้านลบเกี่ยวกับเรื่องเงิน แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่เว้น ถึงกับฆ่ากันเพื่อแย่งชิงทรัพย์สมบัติก็มี ถึงแม้ว่าจะสนิทหรือรู้จักกันมากแค่ใหนก็ตามเราก็ควรจะมีความลับไว้บ้าง ไม่จำเป็นต้องเล่าหรือบอกทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่คิดว่าจะเป็นอันตรายกับตัวเอง ดังนั้นจำไว้ว่าอย่าเอาเรื่องเงินมาคุยในวงสนทนาเด็ดขาด

5.อย่าเป็นคนหน้าใหญ่ใจถึง : คนแบบใหนถึงจะเรียกได้ว่าเป็นคนหน้าใหญ่ใจถึง ต้องมีเงิน ต้องรวยหรือยังไง เปล่าหรอกความหน้าใหญ่ใจถึงไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบของเงินอย่างเดียว แต่เราแค่อยากเตือนว่าอย่าทำเพราะมันไม่ดี เช่น การพูดโอ้อวด การไม่รู้จักประมาณตัวเอง ใช้เงินเกินความสามารถ หามาได้ 1,000 แต่ใช้ไป 2,000 หรือเวลาไปทานข้าวกับเพื่อนๆแล้วอาสาที่จะจ่ายค่าอาหารทั้งหมด แต่พอกลับมาบ้านตัวเองต้องกินมาม่าเพราะกระเป๋าขาดแล้ว เป็นต้น พฤติกรรมแบบนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำหรือถ้ากำลังเป็นอยู่ตอนนี้ควรเลิกซะ

จากตอนแรกที่เรามองว่าเงินนั้นสำคัญ เงินคือพระเจ้า แต่หารู้ไม่ว่าภัยของเงินนั้นก็มีเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเสียครอบครัว ญาติ เพื่อนและคนรู้จัก หรือไม่ต้องการตัดเขาออกไปจากชีวิตก็ให้หลีกเลี่ยงเรื่องการยืมเงินนะคะ เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วและไม่ร้ายแรงก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเหตุการณ์นั้นทำให้คุณต้องสูญเสียและกลายเป็นความทรงจำที่ไม่ดีติดอยู่ในใจ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปก็เลิกซะนะคะ เริ่มต้นใหม่ เป็นคนใหม่ที่จะไม่ให้ใครยืมเงิน โชคดีทุกคนค่ะ 🙂

happy

Leave a Reply