Hallstatt เมืองในฝันของใครหรือเปล่า ?


วันที่ 29.02.63-02.03.63 เป็นทริปที่เราต้องเดินทางออกจากเวียนนา รวมแล้วใช้เวลา 3 วันเพื่อให้เข้าใจง่ายเลยตั้งใจแยกเขียนรีวิวของแต่ละเมืองด้วยความที่รูปเยอะ ถ้าเอามายำรวมกันทีเดียวคงอ่านไม่ไหว แล้วอีกอย่างถ้าสมมติว่าใครที่ต้องการไปเที่ยวตามรอยแต่มีเวลาจำกัดก็สามารถตัดบางเมืองออกได้เลย 3 วันปักหมุด 3 เมือง ตามนี้ค่ะ
29.02.63 >> Salzburg 01.03.63 >> Hallstatt 02.03.63 >> Obertraun สำหรับรีวิวนี้เราอยู่กันที่ Hallstatt เพื่อจะเที่ยวแบบ One day trip ค่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรน่าสนใจก็ตามลงมาเลยจ้า..

ทริป 3 วัน 2 คืนนี้เราพักที่ Obertraun ค่ะ แล้วก็นั่งรถไฟมาเที่ยว Hallstatt ใช้เวลาแค่ 5 นาทีถึงค่ะ (ใช่ค่ะอ่านไม่ผิด แค่ 5 นาทีเอง) แต่ถ้าเดินเลาะริมทะเลสาบ Hallstätter See จาก Obertraun ถึง Hallstatt ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (พร้อมกับวิวสวยๆตลอดทาง) แต่เราเลือกที่จะนั่งรถไฟค่ะ อิอิ

ทางลงไปขึ้นเรือเฟอรี่มีป้ายบอกชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง ลงไปถึงข้างล่างก็จะมีป้ายบอกราคาค่าขึ้นเรือและตารางเวลา

ถ่ายนายแบบจำเป็นไปพลางๆก่อนระหว่างรอเรือ 555++

เย่ๆๆ..เรือมารับเราแล้ว เป็นเรือเฟอรี่ขนาดเล็ก มีธงชาติออสเตรียติดอยู่ท้ายเรือด้วย

ด้านในของเรือมีที่นั่งเยอะแยะ สะดวกสบายแต่คนมักจะไม่ค่อยนั่งเพราะตื่นเต้นกับวิวและความสวยด้านนอกเลยพากันยืนเพราะจะถ่ายรูป

อื้อหือวิว..ภูเขาสะท้อนน้ำอะ สวยไม่มีที่ติกันเลยทีเดียว เดี๋ยวดึงสติแป๊บ นี่เราแค่เริ่มต้นเองนะ

แค่ภาพจากบนเรือเอง ใจเย็นๆ ข้างหน้ามันต้องมีอะไรดีแน่ๆ

ขยับเข้ามาอีกนิด ชิดๆเข้ามาอีกหน่อย.. สวรรค์น้อยน้อยกำลังอยู่ตรงหน้า (เพลงก็มา555++)

ขึ้นมาจากเรือเสร็จแล้วก็รีบสำรวจพื้นที่ในทันที ขยะไม่มีเล๊ยทำไมสะอาดขนาดนี้

น้ำที่ต่อลงมาจากภูเขาสามารถดื่มได้ (เราเองก็เอาขวดมากรอกน้ำตรงนี้แหละก่อนกลับ)

ขนาดถ่ายตามซอกเล็กๆรูปก็ยังออกมาสวย ยอมใจ

สวยทุกมองมองไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน วิวทิวทัศน์ ถนนหนทางก็ดูสะอาดสะอ้าน

เรากำลังจะเดินตามความฝันค่ะ ตามมานะคะ

เห็นมะ ใครๆก็ฝันว่าสักวันฉันจะต้องมาตรงนี้ให้ได้ อิอิ ว่าแต่เขาถ่ายอะไรกัน ?

นี่ไงๆ..ตรงนี้แหละ มุมนี้แหละ ใช่เลย ใช่มั๊ย ?

ภาพใน Background ของทีวียี่ห้อหนึ่งไงจ๊ะ ที่บ้านมีป่าว ยี่ห้ออะไรพอจะเดาได้มั๊ยเอ่ย ?

แต่โทนสีของเราไม่เหมือนเขา ไม่เป็นไร ได้เท่านี้ก็ภูมิใจแล้ว ได้เห็นของจริงแล้วฟินอะ

ใช้เวลาไปกับมุมฮอตฮิตนี้ไปเกือบครึ่งชั่วโมง ยืนถ่ายแบบให้อิ่มแทนข้าวไปเลยอะ

อิ่มแล้วก็ไปต่อกันที่มุมอื่นบ้างยังมีอีกหลายที่เดี๋ยวไม่ทันเวลา

เห็นมีบันไดทางขึ้นสวยดีก็ไม่รู้ว่าข้างบนมีอะไร ลองไปดูกัน

แถ่นแทนแถ๊นนน..อ๋อ เป็นโบสถ์กับสุสานนี่เอง

แต่ทำไมเขาทำได้น่ารักจัง ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยแถมยังกลายเป็นที่ท่องเที่ยวให้คนได้ถ่ายรูปอีก สุดๆอะเมืองนี้

วิวจากโบสถ์ก็สวยงามไม่แพ้วิวฮอตฮิตนะจ๊ะขอบอก

ด้านหลังขาวๆเห็นน้ำตกกันมั๊ยคะ ธรรมชาติสุดๆ

แล้วตอนนี้เรากำลังจะพาทุกคนไป Adventure กันค่ะ ก่อนอื่นเราต้องเดินเข้าไปในอาคารนี้ก่อน

ต่อคิวซื้อตั๋วแล้วเราจะพาทุกคนนั่งรถรางขึ้นไปข้างบนตรงจุดที่เขาเรียกว่า WORLD HERITAGE VIEW !

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ การชมเหมืองเกลือนั่นเอง พอได้ตั๋วมาแล้วก็ไปต่อคิวยืนรอรถรางกันค่ะ

ขึ้นมาถึงข้างบนแล้วแต่ไม่ได้ถ่ายบรรยากาศในรถรางเพราะคนเยอะ เอาวิว First Impression ไปก่อนละกันค่ะ ( สวยมั๊ยคะ ?)

งื้อออ..สะพานทอดยาวแล้วมีปราสาทอยู่ข้างหน้า..สวยจุง !

ป้ายนี้เลย ต้องมาปักหมุด WELTERBEBLICK WORLD HERITAGE VIEW กดลิ้งค์นี้แล้วไปตามดูรีวิวบรรยายความรู้สึกของคนที่เคยมาเที่ยวกันได้นะคะ บอกได้คำเดียวคือ “ว๊าว” มากค่ะ

สวยงามทุกมุมมอง สวยยังกับนางงามจักรวาล อิอิ

นางงามตกกระป๋องก็มา..555++

สวยไปหมด สวยยันกองฟืน จะถ่ายรูปมุมไหนก็ได้ไม่ต้องจัดฉากก็ออกมาสวย

สวรรค์ชัดๆ สวรรค์บนภูเขาหิมะ ส่วนชั้นใต้ดินคือเหมืองเกลือ

ชมภาพไปเรื่อยๆก่อนนะคะ สวยจนไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี

ระหว่างทางขึ้นไปชมเหมืองเกลือเราก็แวะแชะภาพกับพี่ Snow Man ( ฝีมือคนอื่น อิอิ )

ดูเหมือนจะเดินง่ายๆชิวล์ๆ แต่เหนื่อยหอบเลยแหละขอบอก เราเห็นหิมะแบบนี้อาจจะคิดว่ามันคงหนาวมาก แต่จริงๆไม่ใช่นะคะ ความรู้สึกหนาวมันไม่เหมือนกันกับอากาศหนาวบ้านเรา

ถึงแล้ววว..ทางเข้า SALZWELTEN / SALT MINE

ตอนที่ซื้อตั๋วข้างล่างเขาจะบอกเวลามาเลยว่าเราจะได้เข้าชมรอบกี่โมง เพราะในแต่ละวันเขาจะมีรอบอยู่ ด้วยความที่ถ่ายรูปวิวเพลินเราเลยขึ้นมาถึงใน 5 นาทีสุดท้าย แถมยังต้องเก็บของไว้ในล๊อกเกอร์ ใส่ชุดฟอร์มอีก เฮ้ออ..โชคดีว่ายังทันฟังเจ้าหน้าที่อธิบายกฏการเข้าชมเหมือง

ยังๆยังไม่จบอีกสุดหล่อ..ก่อนจะได้เข้าเหมืองก็ยังอธิบายอีกรอบ ( หน้าตาดีให้อภัย หุหุ )

เส้นทางพิชิตเหมืองเกลือของเรา ถนนคนเดินคือชิดซ้ายกับขวานะคะ ส่วนตรงกลางสำหรับทางรถรางเล็กๆวิ่งขนเกลือ แต่แน่นอนว่าช่วงที่เราเดินไม่มีรถวิ่งค่ะ ไม่งั้นโดนลากแน่ อิอิ

จุดแรกเริ่มเลยประวัติความเป็นมาของเหมืองแห่งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมไปตามหากับอากู๋เอานะคะ

แต่ละจุดก็จะมีการอธิบายรายละเอียด แล้วแต่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือหุ่นจำลองแบบนี้ ซึ่งแสง สี เสียง เขาทำได้ดีมาก

จุดนี้ต้องห้ามพลาด เพราะเขาจะพาเรามาเล่นสไลเดอร์ ตอนแรกก็กลัวมากเลยเขาให้เล่นได้แค่คนละ 1 ครั้ง ตอนแรกกะว่าจะไม่เล่นด้วยซ้ำ ( แอบกลัว ) แต่มันไม่มีทางอื่นให้ไปง่ะ เลยจำใจสไลด์ลงไป

โอ้วโหววว..ชอบจ้า สนุกมากเลยแต่ก็แค่รอบเดียวนั่นแหละ 555++

ขนาดมุมมืดยังหล่อ จริงมั๊ย ?

วนเที่ยวในเหมืองเกลือจนคุ้ม จำไม่ได้ว่าใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ พอออกมาข้างนอกผู้คนก็เริ่มจะจางหายไปเพราะเขาทยอยกลับไปข้างล่างกันหมดแล้ว เราก็เลยต้องกลับด้วย วิวจากในรถรางขาลงค่ะ Hallstatt เล็กแค่นั้นจริงๆแต่สวย

ลงมาถึงข้างล่างเราก็ยังเดินต่ออีกค่ะ เดินชมของฝากไปเรื่อยตามทาง ส่วนมากจะเป็นพวกหินหลากสีที่เขาได้มาจากในเหมือง ภาพวาดของวิวสวยๆในมุมต่างๆของเมืองนี้และเกลือในรูปแบบต่างๆทั้งกินและบำรุงผิวพรรณ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์จากไม้และก้อนหินหลากสี

เนื่องจากไม่ได้ทานมื้อเที่ยงแล้วตอนนี้ก็ปาไปเกือบ 17.00 น.ก็เลยพากันกินไส้กรอกรองท้องไปก่อนเพราะเดี๋ยวต้องไปทานมื้อเย็น บางคนอาจจะสงสัยแล้วมื้อเที่ยงเราหายไปไหนคำตอบคือไม่มีค่ะ ตลอดทริปเลยเราจะไม่มีมื้อเที่ยงเพราะเราอัดไปแล้วมื้อเช้า ส่วนช่วงเที่ยงก็จะจัดแบบเบาๆ ช๊อกโกแลต กาแฟกับขนมนิดๆหน่อยๆ ก็ว่ากันไป ( เป็นแบบนี้ทุกทริป )

ระหว่างนั่งรอเรือ ภาพแอบถ่ายก็มาแบบว่าฟินแทนอ่ะ..โรแมนติกสุดๆ อิอิ

ใกล้จะค่ำละ กลับแล้วค่ะ Hallstatt..ถ้ามีโอกาสคงได้มาเยี่ยมเยือนใหม่ วันนี้คุ้มและสนุกมาก ฟินเกินที่จะบรรยายหมด เอาเป็นว่ากลับไปรอรถไฟไป Obertraun แล้ว Dinner กันดีกว่า

เมื่อวานเย็นจัดพิซซ่าเรียไปแล้ว วันนี้มาลองพาสต้าบ้าง

เนื่องจากว่า Obertraun เป็นเมืองเล็กๆ ร้านอาหารมีไม่กี่ที่ วันนี้เราก็เลยมาทานตามคำแนะนำของเจ้าของบ้านพักอีกเช่นเคย เป็นร้านอาหารของโรงแรม dormio resort ราคาถือว่าไม่แพง หน้าตาผ่านแต่รสชาติไม่ผ่าน 555++ มันไม่อร่อยอะ จืดๆไม่ค่อยมีรสชาติ แต่ก็ต้องกินเพื่อประทังชีวิต ( ขนาดนั้นเชียว )

จบไปอีกหนึ่งวันดีๆที่ประทับใจสุดๆ บอกเลยว่าคุ้มกับเงินที่เสียไป ถ้าความสุขของเราเป็นการได้เที่ยวและออกไปเจอโลกกว้างในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนก็จ่ายมันไปเถอะ นี่แหละคืออีกหนึ่งความสุขที่เราตามหา ( คนชอบเที่ยวเท่านั้นที่จะเข้าใจ อิอิ )

สรุปค่าใช้จ่าย : สำหรับวันนี้ของ 2 คน ค่าเงินยูโร ณ.วันที่ 1/3/63 คือ 1 € =35.13 THB
1.ค่าตั๋วรถไฟจาก Obertraun-Hallstatt 4.6 € ( 162 บาท )
2.ค่าเรือเฟอรี่ไป-กลับ 12 € ( 422 บาท )
3.ค่าไส้กรอกรองท้องเพราะเริ่มหิว 14 € ( 492 บาท )
4.ค่ารถราง+ชมเหมืองเกลือ 64 € ( 2,248 บาท )
5.มื้อเย็นที่โรงแรม Dormio Resort 39.90 € ( 1,400 บาท )
คิดเป็นเงินไทยราวๆ 4,724 บาท คิดเป็น 2,362 บาท/คน

ปิดท้ายด้วยคลิปสำหรับวันนี้

ขอแนบท้ายด้วยทริปก่อนหน้านี้ :
ทริปที่ 1 Oslo 19.02.63-20.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 2 Bergen 21.02.63-24.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 3 Hungary 25.02.63-27.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 4 Vienna : 28.02.63- 29.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 5 Salzburg : 29.02.63 >> คลิ๊กเลย

Recent Content

Rutwriter 2020
Total vistors: 98783