Vienna-Salzburg 3 ชม.ก็เที่ยวได้ ทริปโฉบสไตล์ชะโงกทัวร์


29.02.63 ตอนเช้าตรู่รีบตื่นมาอาบน้ำ แต่งตัวแล้ว Check out ออกจากโรงแรมเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟเหตุเพราะเราต้องเดินทางต่อไปเมือง Salzburg จากเวียนนาไปถึงซาลล์เบิร์กใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม. บางท่านอาจจะงงว่าทริปนี้เริ่มจากตรงไหน ง่ายๆเลยคือเป็นทริปต่อจากเที่ยวเวียนนา one day trip ค่ะ

ในออสเตรียนอกจากจะมีรถไฟ Öbb ซึ่งเป็นของรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ก็ยังมีรถไฟของเอกชนอีกสายทีได้สัมปทานการเดินรถนะคะนั่นคือ Westbahn ซึ่งจะวิ่งระหว่างเมืองใหญ่ๆทางฝั่งตะวันตกซึ่งวันนี้เราก็จะใช้บริการของ Westbahn แต่ต้นทางจะไม่ได้ออกจากตัวเมืองเวียนนาต้องนั่งรถออกนอกเมืองประมาณ 20 นาที เพื่อมาขึ้นรถไฟที่สถานี Wien alle Stationen ด้วยความที่ระแวงกลัวตกรถไฟก็เลยต้องรีบออกจากโรงแรมตั้งแต่ 8 โมงเช้า ส่วนตั๋วที่จองนั้นเป็นรอบ 10.06 น.

พอใกล้ถึงเวลาคนก็จะเริ่มไปยืนรอตรงชานชาลา แต่เราไม่รีบเพราะคนไม่เยอะแถมข้างนอกอากาศหนาวเลยเลือกที่จะอยู่ในอาคารผู้โดยสารก่อน รถไฟที่นี่มาตรงเวลาเป๊ะ พอเห็นรถเริ่มขยับเข้ามาจอดเทียบสถานีเราก็พากันเดินออกไป เราเลือกที่นั่งแบบธรรมดาราคาก็ตามภาพเลยค่ะ ส่วนราคาพรีเมี่ยมนั้นจะได้นั่งชั้นบน (สำหรับเราแค่นี้ก็พอแล้ว เที่ยวแบบประหยัด อิอิ)

นั่งชมวิวทุ่งหญ้า ภูเขาเล็กๆและบ้านสวยๆไปเรื่อยๆ เพลินจนลืมเวลาพอได้ยิน จนท.ประกาศว่า Salzburg Hauptbahnhof ดูนาฬิกาก็ 12.35 น. คือรู้สึกว่ามาถึงไวมาก รีบเตรียมตัวกันใหญ่เพราะเราจะมีเวลาอยู่ที่นี่อย่างจำกัดเพราะที่นี่เป็นแค่ทางผ่านแต่แวะเที่ยว (ถ้าตกรถอาจผิดแผนได้)

พอลงรถไฟแล้วเดินเข้ามาในสถานีคือตกใจเพราะคนเยอะมากและส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนกันเลยไปสอบถามข้อมูลที่จุดจำหน่ายตั๋ว

 ÖBB ระบบขนส่งสาธารณะของประเทศออสเตรีย ถ้าเทียบกับไทยเราก็เปรีบเหมือนการรถไฟแห่งประเทศไทย ทริปเวียนนาเราซื้อตั๋วแบบ 24 ชม.ก็เป็นของ ÖBB เช่นกัน ระบบขนส่งเขาคลอบคลุมทั่วประเทศ

พอได้ข้อมูลจาก จนท.แล้วเราก็รีบเอากระเป๋าไปฝากใน Locker เนื่องจากว่ากระเป๋าลากใบเล็กและเป้ใหญ่อีกคนละใบถ้าต้องลากไปเที่ยวด้วยคงไม่ไหว ล๊อกเกอร์จะอยู่ใกล้กับทางเข้าห้องน้ำค่อนข้างมีเยอะพอสมควร ผู้คนก็ผลัดเปลี่ยนเวียนกันมาใช้บริการด้วยวิธีการหยอดเหรียญ ส่วนราคานั้นจำไม่ได้แต่ไม่แพงยังไงก็คุ้ม

ได้ฝากกระเป๋าแล้วก็โล่ง รีบไปกดซื้อตั๋ว tram เพื่อนั่งข้ามฟากไปฝั่งเมืองเก่า (สถานีรถไฟอยู่ฝั่งเมืองใหม่)

ด้วยความที่มีเวลาเที่ยวจำกัดจะแวะตรงไหนนานไม่ได้มันรู้สึกรีบๆไปหมดสมกับชื่อกระทู้เลยค่ะโฉบมาก (โฉบไปโฉบมา 555++) พอได้ลงจาก tram ก็รีบย่างเท้าอย่างไม่รีรอ เห็นอะไรสวยๆแปลกๆก็รีบถ่ายรูปแล้วเดินต่อ..

แต่..ดันมาสะดุดตรงนี้จ้าร้านขนม ตกใจว่าทำไมคนยืนต่อคิวกันยาวจัง เลยไปยืนต่อคิวบ้าง อร่อยไม่อร่อยค่อยว่ากัน อิอิ

คิวยาวแต่คนขายก็บริการดีและไวมาก รอคิวไม่ถึง 2 นาทีก็ได้ขนมมาแล้ว หน้าตาน่ากินเชียว ตรงถุงใส่ขนมบอกว่าเป็น Tradition เชียวนะ (มันต้องอร่อยแน่ๆ)

พอได้ลองแล้วความรู้สึกมันก็เฉยๆนะ เหมือนขนมทั่วไปไม่มีอาการว๊าว แต่ด้วยความที่มื้อเที่ยงยังไม่ตกถึงท้องกินอะไรก็อร่อย 555++

รีบกินรีบไปค่ะ ณ.ตอนนี้เวลามีค่ายิ่งนัก มาเริ่มกันเลยจุดแรก “Sphaera” (at Kapitelplatz ) and “Woman in the Rock” (Toscaninihof)  ประวัติและความเป็นมากดลิ้งค์เข้าไปดูต่อได้นะคะ

คอนเซ็ปต์ของทริปนี้คือไม่มี Details แต่เรามีรูปสวยๆให้ดูน๊า อิอิ

ข้างๆ Sphaera มีหมากรุกใหญ่สะใจมากและสามารถเล่นได้จริง ( ผู้ชายเสื้อแดงสองคนกำลังเล่นอยู่ ) นักท่องเที่ยวที่มาเห็นต่างก็ทึ่งในความใหญ่แล้วก็ถ่ายรูปกัน เดาว่านี่คงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของคนที่นี่ที่ชอบเล่นกัน ( ตากแดด คลายเหงา คลายเครียด ฝึกสมอง อิอิ )

วันนี้อากาศดีมีแดดพอให้ได้อบอุ่น แต่เพื่อความท้าทายเรามาชนไอติมกัน !

ไม่มีแคปชั่นแค่อยากให้ดูรูปภาพในมุมที่ไม่เหมือนใคร

จุดที่ 2 : Salzburg Cathedral ถ่ายแค่ข้างนอกก็ถือว่ามาถึงแล้ว ( เรารีบจริงๆนะ ) จะบอกว่าสถานที่ท่องเที่ยวของฝั่งเมืองเก่านี้อยู่ติดๆกันเลย เรียกได้ว่าอยู่ละแวกเดียวกัน พอได้ข้ามแม่น้ำซาลส์ซักค์ (Salzach) มาแล้วแทบไม่จำเป็นต้องนั่งรถเลย

มุมไหนสวยก็เก็บภาพไว้กลับมานั่งดูย้อนหลัง จุดเช็คอินต่อไปคือบนนู้นเลยค่ะ

นี่ไง..เราเจอทางขึ้นบนยอดเขานั้นแล้ว แต่เราจะเดินขึ้นไม่ได้นะเพราะมีเวลาจำกัด ในเมื่อเดินตรงไปแล้วอาจจะเสียเวลาถ้างั้นเลี้ยวขวาเข้ามาแล้วขึ้นรถรางจ้า อิอิ

ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินก็ยอมเสีย ( ใช้เงินซื้อเวลา ) เรามาถึงแล้วค่ะ จุดที่ 3 : Hohensalzburg Fortress วิวจากบนนี้ถ่ายลงไปให้เห็นเมือง Salzburg ทั้งฝั่งเมืองเก่าและเมืองใหม่โดยมีแม่น้ำซาลส์ซักค์ (Salzach) คั่นกลางคือสวยอะ ตึกสูงๆไม่มีเลย

เดินขึ้นบันไดเพื่อเข้าไปชมด้านในซึ่งมีพิพิธภัณฑ์และอื่นๆให้ชม (คิดว่าเราจะเดินทั่วมั๊ย 555++)

สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างเขาดูเก่ามากแต่เขายังคงดูแลรักษาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ประตูทางเข้า อารมณ์เหมือนเรากำลังจะได้ย้อนยุคอายุหลายร้อยปีประมาณนั้น อิอิ

ด้านในมีหุ่นขี้ผึ้งบอกเล่าถึงความเป็นมาของเมืองนี้ แต่เราแค่เดินผ่านๆสาระหามีไม่ ^^

เดินวนไปทั่วปราสาทแล้วก็เก็บวิวด้านหลังมาให้ชมกันค่ะ

วิวด้านหลังนี้สวยมาก มองเห็นหิมะปกคลุมภูเขาอยู่ไกลๆ ( ฟินเนาะ ) ดูสวย มองไปแล้วก็สบายตาดีมาก ส่วนอากาศนั้นก็เย็นพอสมควรเพราะลมแรง

รีบๆๆ ท่องไว้ เวลามีจำกัด ขนาดรีบนี่ยังแอบถ่ายวิวหน้าต่างแบบธรรมชาติมากๆ เพราะมันเป็นหน้าต่างธรรมดาที่ได้วิวของจริงจากด้านนอก สวรรค์ชัดๆ ! ต่อคิวยืนรอรถรางเพื่อลงไปข้างล่างกัน..

ลงมาถึงด้านล่างแล้วก็เดินต่อค่ะ ยังพอมีเวลาอีกนิดหน่อย เดินมาเจอร้านถ่ายรูปแบบโบราณด้วย นับจากอายุแล้วโอ้วโหว..เก่าแก่จริงๆ คศ.1900 ( เรายังไม่เกิดเลย )

เดินวนเป็นวงกลมอยู่ละแวกนี้แหละไม่ได้ไปไหนไกล (เดี๋ยวไม่ทัน อิอิ)

จุดที่ 4 : PANORAMA MUSEUM แค่ได้ถ่ายรูปก็ถือว่ามาถึง โอเคนะคะ หุหุ

จุดที่ 5 : จุดนี้ต้องห้ามพลาดนะคะ ถ้าไม่ได้มาถ่ายรูปกับท่านแสดงว่ายังมาไม่ถึงเพราะเขา เป็นถึงนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกที่มีชื่อเสียงก้องโลก นั่นคือ ว็อล์ฟกัง อมาเดอุส โมทซาร์ท หรือถ้าจะพูดให้ถึงบางอ้อเรื่องผลงานที่เชื่อว่าทุกคนเคยได้ยินก็คือ โมสาร์ทเพลงพัฒนาสมองทารกในครรภ์ นั่นเอง

จากตรงรูปปั้น Mozart ที่อยู่ตรงจตุรัสพอดีก็เดินออกมาอีกนิดนึงก็จะเจอ MOZART MUSEUM คอนเซ็ปต์เดิมค่ะคือไม่ได้เข้าไปชมด้านในเพราะกลัวตกรถ อิอิ

ถ่ายรูปแค่ด้านหน้าพอ ตรงนี้แหละที่เป็นบ้านเกิดของโมสาร์ท ผู้คนเดินผ่านไปมาก็แวะเวียนถ่ายรูปกัน

บ้านเมืองเขาสะอาดมาก ขยะไม่มีให้เห็น ริมทางเดินก็มีของฝากวางขายเรียงรายกันอยู่หรือจะเข้าไปช้อปด้านในร้านก็ได้ แต่สำหรับเราเดินผ่านค่ะเพราะรีบ

ยิ่งมองดูนาฬิกาก็ยิ่งกดดัน เริ่มนับเวลาเดินเที่ยวกันตอน 13.10 น. ตอนนี้เวลา 15.15 น.รีบเร่งฝีเท้าไปยังป้ายรอรถเพื่อนั่งรถกลับไปที่สถานีเพราะรถไป Salzburg จะออกเวลา 16.00 น. เอาซินาทีนี้ระทึกมากถึงแม้ว่ามันจะอยู่ไม่ไกลแต่อะไรก็เกิดขึ้นได้

พอลงจาก tram ได้แค่นั้นแหละรีบวิ่งจนหอบเพื่อไปเอากระเป๋าใน Locker แล้วรีบวิ่งกลับมารอรถบัสตามชานชาลาที่แจ้งไว้ในตั๋ว สุดท้ายเราก็ทันค่ะ แถมยังมีเวลาแว๊บไปเข้าห้องน้ำอีกเนื่องจากจะต้องนั่งรถยาวอีก 2.30 ชม. ยาวๆไปค่ะพี่น้องเป็นอีกหนึ่งวันที่ตื่นเต้นมาก อิอิ

จะบอกว่าว่าวิวของการนั่งรถทัวร์จาก Salzburg-Obertraun สวยมาก สวยจริงๆ สวยสมฉายาเมืองในนิยายเลยค่ะ เกิดมาก็ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้เห็นวิวสวยๆที่เป็นของจริงแบบนี้ ปกติแค่เห็นภาพบ้านสวยๆมีหิมะขาวๆพร้อมกับทุ่งหญ้าเขียวๆ มันก็เป็นอะไรที่สดชื่นแล้วอ่ะ แต่อันนี้คือมาเห็นของจริงแล้วรู้สึกคุ้มค่าและเป็นอาหารตาที่น่าจดจำเอามากๆเลย

บรรยากาศตอนค่ำ ขนาดถ่ายรูปแบบมืดๆวิวยังสวยเลยอ่ะ

สองชั่วโมงกว่าๆเป็นการนั่งรถบัสที่เคลิ้มและฟินกับบรรยากาศ แต่เรายังไม่ถึงเมืองที่เราจะพักนะคะต้องลงจากรถบัส ( เพราะเขาสุดสายแล้ว ) ที่สถานี Bad Ischl Bahnhof ต่อไปเราก็จะมานั่งรถไฟกันอีกประมาณ 30 นาที อดทนอีกนิดเดียวแต่พลังงานเริ่มหมดแล้ว 555++

ยืนรอรถไฟอย่างมีความหวัง..หวังว่าจะมาไวๆ ( ผมเหนื่อยล๊าววว..อยากทิ้งตัวลงนอน หุหุ )

รถไฟขบวนสุดท้ายโล่งเชียว คนน้อยเพราะมันค่ำมืดแล้ว เรียกว่าเหมาทั้งโบกี้ยังได้เลย อิอิ

สถานนีปลายทาง Obertraun พอก้าวเท้าลงจากรถไฟรู้สึกได้ถึงความเงียบเหมือนเมืองร้าง ความเย็นก็ย่างกราย บนพื้นก็เต็มไปด้วยหิมะขาวแบบสลัวๆเพราะมันมืดแล้ว เพื่อนร่วมทางรีบเปิด Google Map แล้วพากันเดิมตามทางเพื่อไปยังโฮสเทลที่ได้จองไว้ผ่านทาง Agoda

ซุปอร่อยมาก

เราพักที่ Haus Hepi แต่จะขอรีวิวแยกเพราะเกรงว่ารีวิวนี้จะยาวเกินไปนะคะ

ปิดท้ายวันด้วย Dinner อันแสนอร่อยของเราดีกว่า มากินร้านนี้เพราะเจ้าของที่พักแนะนำมา และแล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะอร่อยทุกอย่าง ซุปคือดีงามมาก กินแล้วติดใจ ถ้ามีโอกาสได้มาอีกจะมาทานอีกรอบแน่นอน ชื่อร้าน Pizzeria Kegelbahn เจ้าของเขาเป็นคนตุรกี ที่นี่เป็นเมืองเล็กแล้วแต่ละร้านก็ปิดไว โชคดีว่ายังมีร้านนี้ให้ได้ฝากท้อง

29.02.63 สำหรับวันนี้สี่ปีวนมาทีนึง เราสองคนใช้เวลาของวันนี้ได้คุ้มมาก วันเดียวปักหมุดได้ถึง 3 เมือง Vienna-Salzburg-Obertraun ส่วนวันพรุ่งนี้เราจะไป Hallstatt เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสวยถึงขั้นได้เป็นรูปวอลล์เปเปอร์อยู่บนจอทีวีเชียวน๊า..ตามมาในรีวิวถัดไปกันนะคะ

แนบท้ายทริป :
ทริปที่ 1 : Oslo 19.02.63-20.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 2 : Bergen 21.02.63-24.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 3 : Hungary 25.02.63-27.02.63 >> คลิ๊กเลย
ทริปที่ 4 : Vienna 25.02.63-27.02.63 >> คลิ๊กเลย

Recent Content